นวัตกรรมเครื่องลดความชื้นและเก็บรักษาข้าวเปลือก 5 ตัน
ปัญหาข้าวเปลือกชื้นหลังการเก็บเกี่ยวและการถูกกดราคารับซื้อ เป็นความท้าทายสำคัญที่เกษตรกรไทยเผชิญมาอย่างยาวนาน หลายพื้นที่ยังคงพึ่งพาการตากข้าวบนลานหรือริมถนน ซึ่งไม่เพียงเสี่ยงต่อความเสียหายจากฝนและสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์และความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนอีกด้วย
เพื่อตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรม “เครื่องลดความชื้นและเก็บรักษาข้าวเปลือกขนาด 5 ตัน” ซึ่งเป็นผลงานบูรณาการองค์ความรู้จาก 3 คณะ ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตร และคณะอุตสาหกรรมเกษตร โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนวัตกรรมนี้ คือ ระบบลดความชื้นด้วยลมอุณหภูมิต่ำที่ถูกออกแบบให้มีการไหลเวียนอย่างเป็นระบบ ภายในโครงสร้างเก็บรักษาข้าวเปลือกแบบแนวตั้ง ทำให้ลมสามารถกระจายผ่านกองข้าวได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งพื้นที่ ส่งผลให้ความชื้นของข้าวลดลงอย่างเท่าเทียมกัน ลดปัญหาความชื้นไม่สม่ำเสมอที่มักเป็นสาเหตุให้คุณภาพข้าวแตกต่างกันและถูกกดราคาเมื่อจำหน่าย
นอกจากช่วยลดความชื้นได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ระบบยังสามารถรักษาระดับความชื้นให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดเชื้อรา การเสื่อมคุณภาพของเมล็ด และความเสียหายจากแมลงในระหว่างการเก็บรักษา ส่งผลให้ข้าวเปลือกยังคงคุณภาพทั้งในด้านการบริโภคและการใช้เป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับฤดูเพาะปลูกถัดไป จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีต้นทุนด้านพลังงานต่ำกว่าการอบแห้งของโรงสีทั่วไปประมาณ 15 เท่า อีกทั้งยังใช้พื้นที่น้อยกว่าการตากลานราว 10 เท่า ช่วยลดภาระด้านสถานที่และแรงงานของเกษตรกรได้อย่างมาก ขณะเดียวกัน ระบบยังเป็นแบบปิดที่สามารถป้องกันฝนและสภาพอากาศแปรปรวนได้ ทำให้เกษตรกรไม่ต้องกังวลกับความเสียหายของผลผลิตระหว่างกระบวนการลดความชื้น นวัตกรรมนี้ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการบริหารจัดการผลผลิตของเกษตรกร เนื่องจากสามารถเก็บรักษาข้าวเปลือกไว้ได้นานขึ้น ช่วยชะลอการจำหน่ายในช่วงที่ราคาตกต่ำ และเลือกขายผลผลิตในช่วงเวลาที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองและสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้นให้กับชาวนา

ล่าสุด ทีมนักวิจัยได้นำเครื่องต้นแบบไปทดสอบใช้งานจริงร่วมกับเกษตรกรในจังหวัดอุทัยธานี ผลการทดสอบเบื้องต้นเป็นที่น่าพอใจ และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการยกระดับการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการนี้เป็นผลจากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 และได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานด้านการวิจัยของประเทศ ความสำเร็จของเครื่องลดความชื้นและเก็บรักษาข้าวเปลือกขนาด 5 ตัน แสดงให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขาวิชา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคการเกษตร นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงานวิจัยไทยที่ก้าวออกจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศในระยะยาว เครื่องลดความชื้นและเก็บรักษาข้าวเปลือก จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรสำหรับลดความชื้นข้าวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และเป็นอีกก้าวของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ผลงานวิจัยโดย :
รองศาสตราจารย์ ดร.วีรชัย ชัยวรพฤกษ์ ดร.ธีรภัทร์ ทั่งทอง
รองศาสตราจารย์ ดร.ดำรงวุฒิ อ่อนวิมล รองศาสตราจารย์ ดร.สุดาทิพย์ แซ่ตั้น
คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตร และคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร.08-7793-8407
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
ดร.ธีรภัทร์ ทั่งทอง
✍ ผลิตสื่อโดย ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย
🌟 แนะนำ/ติชม https://forms.gle/e3MzPqrb2V9QE9Tp6
