“ฮ่อมสิรินธร” พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกจากจังหวัดตาก
ทีมวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ดร.พรชัย กลัดวงษ์, ได้ค้นพบและระบุชนิดพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลกจากจังหวัดตาก โดยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ Tropical Natural History, Supplement 8 (2025) การค้นพบครั้งนี้สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศหินปูนที่ต้องการการปกป้องอย่างเร่งด่วน
ที่มาของชื่อ “ฮ่อมสิรินธร” ชื่อวิทยาศาสตร์ Strobilanthes sirindhorniae Kladwong & Chantar. โดยคำระบุชนิด (Specific Epithet) ว่า “sirindhorniae” นั้น ตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อยกย่องพระราชกรณียกิจอันโดดเด่นและการอุทิศพระองค์ในการอนุรักษ์พรรณไม้ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
สำหรับชื่อสามัญภาษาไทยได้รับการตั้งชื่อว่า “ฮ่อมสิรินธร” ซึ่งเป็นการผสานชื่อเรียกท้องถิ่นของพืชในสกุลนี้มารวมกับพระนามอันเป็นมงคลยิ่ง โดยพืชชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ต้อยติ่ง (Acanthaceae) ซึ่งเป็นวงศ์พืชที่มีความสำคัญทางการแพทย์และพฤกษเคมีอย่างยิ่ง
ลักษณะเด่นทางพฤกษศาสตร์: “ฮ่อมสิรินธร” มีความแตกต่างจากพืชร่วมสกุลอย่างชัดเจน โดยมีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก มีความสูงได้ราว 50 เซนติเมตร ใบรูปหอก ช่อดอกออกตามปลายยอด กลีบเลี้ยงสีเขียวมีขนต่อม และกลีบดอกสีม่วงเข้ม
สำหรับความงดงามตามธรรมชาติ ช่อดอกของฮ่อมสิรินธรจะออกตามปลายยอดเป็นช่อกระจุกแน่น มีใบประดับเหนียวและมีขนต่อมปกคลุม กลีบดอกสีม่วงเข้มตัดกับหลอดดอกสีขาวปนเหลือง ในช่วงฤดูหนาวจนถึงต้นฤดูร้อน ระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี
ถิ่นอาศัยหนึ่งเดียวในโลก บนยอดเขาหินปูนอำเภอท่าสองยาง “ฮ่อมสิรินธร” จัดเป็นพืชเฉพาะถิ่น (Endemic Species) ที่พบบนภูเขาหินปูนในพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เท่านั้น จากการสำรวจภาคสนามพบพืชชนิดนี้กระจายตัวจำกัดอยู่เพียง 4 แหล่งเก็บตัวอย่างเท่านั้น (เช่น บริเวณเขาหัวหมดน้อย และบ้านท่าสองยาง) โดยพวกมันจะเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง คือตามซอกหินปูนปนกรวดในป่าผลัดใบผสม หรือพื้นที่ลานหินเปิดโล่งที่ได้รับแสงแดดจัด และมีการระบายน้ำดีเยี่ยม บนความสูงเพียง 181–200 เมตรจากระดับน้ำทะเล
สถานภาพ “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง” (Critically Endangered): เนื่องจากพืชชนิดนี้มีขอบเขตการแพร่กระจายที่แคบมาก โดยมีพื้นที่ครอบคลุมที่ปรากฏเพียงประมาณ 2.328 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ครอบครองจริงเพียง 16 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ ถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติยังเผชิญกับภัยคุกคามโดยตรงจากการทำเหมืองขุดเจาะหิน การทำปศุสัตว์เลี้ยงสัตว์ ภัยแล้ง และเหตุไฟป่าที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ การเปลี่ยนสภาพพื้นที่เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลให้พืชชนิดนี้สูญพันธุ์ไปจากโลกได้อย่างง่ายดาย
ผลงานการค้นพบครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Tropical Natural History, Supplement 8 (2025): 220–226 https://doi.org/10.58837/tnh.25.8.267434
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ดร.พรชัย กลัดวงษ์
ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
E-mail : pornchai.kla@ku.ac.th
