การค้นพบสาหร่ายสีน้ำตาลสกุล Lobophora ชนิดใหม่ของโลกจำนวน 4 ชนิด

ทีมนักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ได้ประสบความสำเร็จในการค้นพบ สาหร่ายสีน้ำตาลสกุล Lobophora ชนิดใหม่ของโลกจำนวน 4 ชนิด จากการสำรวจแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทย โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ลักษณะทางสัณฐานวิทยาร่วมกับเทคนิคทางพันธุกรรมระดับโมเลกุล ซึ่งพบว่ายีน cox3 มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการแยกแยะสายพันธุ์

1. Lobophora lewmanomontiae: มีลักษณะเด่นคือตั้งตรงเป็นกระจุกคล้ายดอกกุหลาบ สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ผิวสม่ำเสมอไม่มีลายหรือจุด ขนาด 7–8 เซนติเมตร พบเกาะกับวัสดุใต้น้ำที่ความลึก 3–12 เมตร บริเวณเกาะมันนอก จ.ระยอง หาดนางรอง และหาดยาว จ.ชลบุรี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศาสตราจารย์กาญจนภาชน์ ลิ่วมโนมนต์ ผู้บุกเบิกวิชาสาหร่ายวิทยาของประเทศไทย

2. Lobophora ogawae: เป็นแผ่นแบนราบและบาง สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้มสม่ำเสมอ ขนาดเล็กประมาณ 3–4 เซนติเมตร พบที่ระดับความลึก 2–5 เมตร บริเวณเกาะนอก จ.ระยอง เกาะหมาก และเกาะกระดาด จ.ตราด ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Hisao Ogawa นักสาหร่ายวิทยาชาวญี่ปุ่น ผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้สาหร่ายทะเลไทย

3. Lobophora thiemmedhii: มีลักษณะเป็นแผ่นแบนราบ สีเหลืองทองหรือส้มเหลือง มีจุดสีเข้มและเส้นลายสีเทาบริเวณขอบเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 5.5–6.5 เซนติเมตร พบที่ความลึก 4–14 เมตร บริเวณเกาะนางยวน อ่าวหินวง และหาดแม่หาด จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศาสตราจารย์จินดา เทียมเมธ ผู้จุดประกายการศึกษาสาหร่ายทะเลในไทย

4. Lobophora velasquezii: มีลักษณะเป็นแผ่นแบนราบและค่อนข้างหนา (ประกอบด้วยเซลล์ 6-7 ชั้น) สีน้ำตาลเหลืองถึงทองเหลือง มีจุดสีเข้มกระจายประปราย ขนาด 2–3 เซนติเมตร พบที่ความลึก 2–6 เมตร บริเวณเกาะนางยวนและเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Gregorio T. Velasquez นักสาหร่ายวิทยาชาวฟิลิปปินส์

ความสำคัญในการค้นพบ: นอกจากการพบสายพันธุ์ใหม่แล้ว การสำรวจครั้งนี้ยังพบ สาหร่ายที่มีการรายงานเป็นครั้งแรกในน่านน้ำไทย (New national records) อีก 3 ชนิด ได้แก่ L. abscondita, L. henae และ L. quangtriensis ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยมีรายงานการพบสาหร่ายสกุล Lobophora รวมทั้งสิ้น 21 ชนิด และในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 30 ชนิด (โดย 12 ชนิดเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่น)

ข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และน่านน้ำไทยเป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่ายทะเลในระดับโลก ซึ่งการจำแนกชนิดพันธุ์ที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญในการติดตามความสมบูรณ์และอนุรักษ์ระบบนิเวศแนวปะการังที่กำลังเผชิญภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษ นอกจากนี้ สาหร่ายในสกุล Lobophora ยังมีศักยภาพในการนำไปต่อยอด เนื่องจากมีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีวภาพต้านเชื้อโรคและต้านมะเร็ง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางในอนาคต

การค้นพบครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Algae ซึ่งเป็นวารสารวิชาการระดับนานาชาติในฐานข้อมูล SCIE (Q1)
ฉบับที่ 41(1) หน้า 77-94  ปี ค.ศ. 2026 ชื่อบทความ “A survey along the east coast of Thailand reveals high diversity in the genus Lobophora (Dictyotales, Phaeophyceae); with the description of four new species” DOI: https://doi.org/10.4490/algae.2026.41.2.2

ทีมนักวิจัยผู้ค้นพบ
นักวิจัยจาก ภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำโดย นายอนิรุจน์ กล่อมจิตร นิสิตระดับปริญญาเอก รศ. ดร.ณรงค์ฤทธิ์ เมืองใหม่ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก และ รศ. ดร.จันทนา ไพรบูรณ์ และ Dr. Stefano Draisma มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม ร่วมกับนักวิจัยในประเทศ นางสาวนาราภัทร เจือจาน และ ดร.สุทธิกาญจน์ สุทธิ สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และนักวิจัยจากต่างประเทศ Dr. Christophe Vieira, Jeju National University, South Korea และ Associate Professor Dr. Sun Zhongmin, Institute of Oceanology, Chinese Academy of Sciences, China