เลือดหมู…สู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเชิงพาณิชย์

จังหวัดนครปฐมเป็นพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรจำนวนมาก ทำให้มีเลือดสุกรซึ่งเป็นผลพลอยได้เหลือทิ้งจากโรงฆ่าสัตว์ปริมาณมหาศาล เลือดสุกรที่ถูกทิ้งไม่เพียงแต่เป็นของเสียที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการ แต่ยังก่อให้เกิดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย แม้ว่าเลือดสุกรจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะโปรตีนฮีโมโกลบินซึ่งมีธาตุเหล็กและกรดอะมิโนจำเป็นอย่างไลซีนในปริมาณสูง แต่การนำไปใช้ประโยชน์โดยตรงในอุตสาหกรรมอาหารกลับมีข้อจำกัดเนื่องจากมีสีแดงเข้มและกลิ่นคาวของเหล็ก งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเลือดสุกรเหล่านี้มาเพิ่มมูลค่าและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณค่าสูง ปลอดภัย และสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้

กระบวนการผลิต

กระบวนการผลิตเริ่มจากการนำเลือดสุกรมาปั่นเหวี่ยงเพื่อแยกพลาสมา จากนั้นล้างตะกอนเม็ดเลือดแดงด้วย Normal saline เพื่อทำความสะอาด แล้วทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตกเพื่อกำจัดผนังเซลล์และตะกอนที่ไม่ต้องการ จากนั้นจะได้สารละลายโปรตีนฮีโมโกลบินซึ่งจะถูกนำไปทำแห้งด้วยเครื่องพ่นฝอย (Spray dryer) เพื่อให้เป็นผงโปรตีนฮีโมโกลบิน ต่อมานำผงที่ได้ไปละลายและผสมกับสารละลาย Carboxymethylcellulose (CMC) ซึ่งมีประจุลบเพื่อดักจับธาตุเหล็กที่มีประจุบวก แล้วนำไปปั่นเหวี่ยงอีกครั้งเพื่อแยกตะกอนออก ในขั้นตอนนี้จะได้สารละลายโปรตีนโกลบินที่มีสีเหลืองออกน้ำตาลและมีปริมาณธาตุเหล็กลดลง จากนั้นนำสารละลายนี้ไปทำแห้งด้วยเครื่องพ่นฝอยอีกครั้งเพื่อได้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

จุดเด่นของผลงาน

  • ลดปัญหาของเสีย: ช่วยลดปริมาณของเสียจากโรงฆ่าสัตว์และลดปัญหาสิ่งแวดล้อม
  • เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ: สร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้ประกอบการและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
  • คุณค่าทางโภชนาการสูง: ผลิตภัณฑ์ที่ได้เป็นแหล่งโปรตีนและธาตุเหล็กคุณภาพสูง โดยเฉพาะ heme iron ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าเหล็กอนินทรีย์มาก
  • แก้ไขข้อจำกัดเดิม: กระบวนการผลิตช่วยลดสีแดงเข้มและกลิ่นคาวของเลือดสุกร ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายชนิดโดยไม่มีผลต่อสีและกลิ่นของอาหารหลัก

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ผศ. ดร.อารีย์ อินทร์นวล
ภาควิชาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมชีวภาพ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
โทร. 084-383-7779  E-mail: faasare@ku.ac.th