ถ่านอัดแท่งจากกะลาแมคคาเดเมีย : พลังงานทดแทนจากของเหลือทิ้ง

ปัจจุบันประเทศไทยสามารถปลูกแมคคาเดเมียได้เพียง 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และเลย เกษตรกรนำผลผลิตไปแปรรูป โดยกะเทาะเอาเนื้อในไปจำหน่าย ทำให้เหลือเปลือกแมคคาเดเมียจำนวนมาก ซึ่งยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งที่ตลาดแมคคาเดเมียเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ส่งผลให้แมคคาเดเมียกลายเป็น พืชเศรษฐกิจใหม่ ที่เกษตรกรไทยในภาคเหนือและภาคอีสานให้ความสนใจปลูกเพิ่มขึ้น

การนำเปลือกแมคคาเดเมีย ซึ่งถือเป็นเศษเหลือจากกระบวนการแปรรูป มาศึกษาศักยภาพในการผลิตพลังงานทดแทน พบว่ากะลาแมคคาเดเมียมีความหนาแน่นถ่านต่ำ รูพรุนสูง สามารถนำไปผลิตถ่านกัมมันต์และพัฒนาเป็น ถ่านอัดแท่งเชื้อเพลิงคุณภาพสูง

 

การผลิตอาศัยกระบวนการ Torrefaction ซึ่งเป็นการปรับปรุงคุณสมบัติชีวมวลด้วยความร้อน เพื่อกำจัดความชื้นและสารระเหยอินทรีย์ออก โดยต้องควบคุมอัตราการให้ความร้อนอย่างช้า ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นของแข็งมากที่สุด ถ่านที่ได้มีคุณสมบัติเด่นคือ ไฟแรง ติดทนนานกว่า 2 ชั่วโมง ให้ความร้อนสูง ไม่มีควัน ขี้เถ้าน้อย ไม่แตกสะเก็ดไฟ และไม่ปล่อยก๊าซพิษอันตราย เหมาะสำหรับการประกอบอาหาร ปิ้งย่าง หรือแม้แต่นำไปใช้ปรับปรุงดิน

นอกจากนี้ ถ่านจากกะลาแมคคาเดเมียยังสามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย เช่น ดูดซับกลิ่นและสารพิษ ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อเร่งการหุงต้ม รวมถึงใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เช่น สบู่ เนื่องจากมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

โครงการนี้ยังได้พัฒนา เครื่องผลิตถ่านอัดแท่ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มใช้ร่วมกันได้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มและความยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกแมคคาเดเมีย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
ผศ. ดร.วีรชัย มัธยัสถ์ถาวร
ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร. 086-042-5250 E-mail: weerachai.mat@ku.ac.th