วัสดุดูดซับโลหะหนักจากโฟมยางธรรมชาติและผงไคโตซานที่ผ่านการฉายรังสีแกมมา

จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย มีการนำโลหะหนักมาใช้ในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม อาจนำไปสู่การปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในแหล่งน้ำ ปัจจุบันมีการใช้โฟมยางสังเคราะห์เพื่อดูดซับโลหะหนัก ทว่าโฟมสังเคราะห์เหล่านี้ไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ส่งผลให้เกิดขยะตกค้างสะสมในสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

คณะวิจัยฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์โฟมยางจาก ยางธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติย่อยสลายได้เองทางชีวภาพ โดยเสริมประสิทธิภาพในการดูดซับโลหะหนักด้วยการเติม ผงไคโตซานที่ผ่านการฉายรังสีแกมมา ซึ่งการฉายรังสีนี้ช่วยลดน้ำหนักโมเลกุลของไคโตซาน เพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัส และช่วยให้เกิดการกระจายตัวที่ดีในน้ำยางธรรมชาติ ทั้งนี้ ไคโตซานมีหมู่ไฮดรอกซิล (-OH) และหมู่อะมีโน (-NH₂) ซึ่งสามารถให้อิเล็กตรอนและทำปฏิกิริยากับไอออนของโลหะหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์โฟมยางธรรมชาติ ทำโดยนำยางธรรรมชาติผสมกับสารเคมีต่างๆ ซึ่งภายหลังการผสม ทำการเทสารละลายลงในถาดแม่พิมพ์จากนั้นนำชิ้นงานใส่ต้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 100 °C เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง นำโฟมยางธรรมชาติออกจากถาดแม่พิมพ์ จึงจะได้ผลิตภัณฑ์โฟมยางธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพการดูดขับโลหะหนักได้ถึงร้อยละ 91.15 มีความสามสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ นอกจากนี้ค่าความยืดหยุ่นของโฟมยางธรรมชาติที่มีการเติมผงไคโตซานที่ผ่านการฉายรังสีแกมมามีค่าเทียบเท่ากับโฟมยางธรรมชาติที่ไม่มีการเติมสารตัวเติม อาจเนื่องมาจากการลดลงของน้ำหนักโมเลกุลของผงโคโตซาน ทำให้เกิดการกระจายตัวได้ดีในน้ำยางธรรมชาติ คณะวิจัยฯ ใช้ระบบการวัลคาไนซ์น้ำยางด้วยกำมะถัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้กันทั่วไปในภาคอุตสาหกรรมยางของประเทศไทย ทำให้สามารถต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ง่าย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตโฟมยางของประเทศไทย

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
น.ส.ฐิติวรรณ อินทะ และ รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ แสนบุญเรือง
ภาควิชารังสีประยุกต์ไอโซโทป คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร. 062-198-9877