การเพิ่มมูลค่าข้าวอินทรีย์ สู่ผลิตภัณฑ์ “ข้าวต้มมัดญวณ” และ “mini ข้าวโป่ง”

นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เรียนรู้วิธีการขายออนไลน์อย่างมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เช่น การผลิต content และการถ่ายภาพล่าสุดโรงงานเล็กๆ ที่จะเป็นแหล่งกำลังการผลิตที่สำคัญกำลังจะเกิดขึ้นในชุมชนในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งเชื่อได้ว่าจะสามารถสร้างรายได้และสร้างงานตามความถนัดของแต่ละคน ไม่เพียงแต่กลุ่มอาชีพการทำข้าวต้มมัดญวน และ mini ข้าวโป่งเท่านั้น แต่ยังอยู่ในระหว่างการวางแผนสำหรับเป็นพื้นที่ผลิตสินค้าให้กับกลุ่มอาชีพอื่นในชุมชนต่อไปด้วย นับว่าเป็นอีกจุดเริ่มต้นหนึ่งของการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่น จากการร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่ร่วมผลักตันให้เกิดการพัฒนา ทั้งคนและอาชีพในชุมชนอย่างยั่งยืน

การใช้ประโยชน์

  1. ได้นวัตกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเหนียวที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร อย. จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ข้าวโป่ง และข้าวต้มมัดญวน
  2.  สร้างอาชีพจากสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ และยังเพิ่มรายได้สามารถพัฒนาเป็นอาชีพหลักเลี้ยงดูครอบครัวได้
  3. ชุมชนปลูกข้าวเหนียวอินทรีย์ที่มีคุณภาพ นำมาผนวกกับเทศโนโลยีที่ทันสมัย ในการแปรรูปเกิดเป็นนวัตกรรมสินค้าที่มีรากฐานมาจากชุมชน
  4. เกษตรกร มีอาชีพที่มั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
  5. ได้โรงผลิตอาหารที่ได้มาตรฐาน อย. โดยที่ชุมชน
  6. เป็นศูนย์การเรียนรู้ให้แก่ชุมชนอื่นๆ เพื่อสร้างอาชีพ

จากความสำเร็จในปีแรก กับสินค้าขึ้นชื่ออย่าง “ข้าวเหนียวเดอ grill” ของมหาวิทยาลัยเกษตศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร หนึ่งในสมาชิกทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานกองทุนเพื่อความสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งในปี พ.ศ. 2564 โครงการได้ต่อยอดภายใต้ชื่อ “การพัฒนาทักษะผู้ประกอบการที่เเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรมชุมชน”

ความต้องการเพิ่มมูลค่าข้าวเหนียวอินทรีย์ที่ปลูกอยู่ในชุมชน ซึ่งเดิมที่มีราคาไม่สูงมากนัก สวนทางกับคุณภาพที่ดีเกินราคา จนนำไปสู่การแปรรูปด้วยภูมิปัญญาในท้องถิ่นผสานกับความรู้ด้านเทคโนโลยีอาหาร จนกลายป็น 2 ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างอาชีพให้แก่คนในชุมชน คือ “ข้าวตัมมัดญวน” และ “mini ข้าวโป่ง” จนมีรายไต้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 500- 1,000 ต่อคน ในปีที่สองโครงการฯ จึงเน้นไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองจาก อ.ย. อีกทั้งยังควบคุมการผลิตให้ด้มาตรฐานยิ่งขึ้น เพื่อคงอร่อยของอาหาร และคุณภาพที่ดีต่อผู้บริโภค ไปพร้อม กับขยายช่องทางการขายผ่านตลาดออนไลน์ พื่อให้ลูกค้าสามารถข้าถึงอาหารจากวัตถุดิบในชุมชนได้ทุกที่ทุกเวลา ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพผ่านการพัฒาทักษะที่จำเป็น อย่างการใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ในปัจจุบันด้วยเช่นกัน 

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม
ผศ. ดร.เปรมฤดี จิตรเกื้อกูล และคณะ
ภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
E-mail: fampdj@ku.ac.th, premrudee.ch@ku.th

เรียบเรียงโดย
น.ส.ทิสยา ทิศเสถียร
ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก.
E-mail: rdityt@ku.ac.th