เร่วหอม พืชสมุนไพร

เร่วหอม พืชสมุนไพร ท้องถิ่นที่พบได้ในจังหวัดตราด จันทบุรี และระยอง เป็นเร่วที่มีลักษณะแตกต่างจากเร่วชนิดอื่นๆ ในด้านของลักษณะ กลิ่น รสชาติ และส่วนที่นำมาใช้ในการประกอบอาหาร  ปัจจุบันเร่วหอม สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย อาทิ เหง้า สามารถใช้เป็นเครื่องเทศในการปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว น้ำต้มเนื้อ แกงป่า แกงเลียง ผัดเผ็ด ฯลฯ เหง้าแก่ใช้ต้มน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูหรือใช้ทำแกงเลียง ทำน้ำพริกแกงผัดเผ็ดหมูป่าเหง้าอ่อนและแขนงอ่อนของเร่วหอม ใช้รับประทานสดร่วมกับน้ำพริกได้ รากและเหง้าใช้ทำเป็นยาหอมเย็นได้ เพราะเหง้ามีกลิ่นหอมและมีน้ำมันหอยระเหยเป็นองค์ประกอบ เร่วหอมแห้งชนิดแท่งสามารถนำมาใช้เป็นแท่งสำหรับคนในเครื่องดื่มร้อน ๆ เช่น กาแฟหรือชาได้ เพื่อให้มีกลิ่นหอมเช่นเดียวกับเปลือกอบเชย เร่วหอมเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ ทั้งในด้านอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เช่น ลูกกวาด ลูกอมเร่วหอม น้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน เจลสำหรับล้างมือ น้ำปรุงรส ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เร่วหอมอบแห้ง น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ เร่วหอมสกัด เป็นต้น

เร่วหอมสามารถขึ้นทั่วไปตามธรรมชาติ ทั้งป่าเขาและป่าพื้นราบ โดยขึ้นปะปนกับเร่วชนิดที่ใช้ผลเป็นเครื่องเทศ ชอบขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ร่มรําไร ความชื้นสูง ดินระบายน้ําดี แต่ปัจจุบันเร่วหอมถูกชาวบ้านถอนต้น เก็บเอาเหง้าและไหลไปขาย โดยไม่เหลือหน่อไว้ให้เจริญเติบโตต่อไป ปริมาณที่มีอยู่ในธรรมชาติจึงร่อยหรอลง คงเหลืออยู่เฉพาะเร่วปลูกที่เกษตรกรปลูกเป็นพืชเสริมรายได้ในสวนผลไม้ สวนยางพารา สวนป่า และปลูกใช้ในครัวเรือน

สถานีวิจัยและฝึกอบรมวนเกษตรตราด คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า เร่วหอมสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งที่ปลูกภายใต้ร่มเงาของสวนยางพารา สวนผลไม้ และสวนไม้ป่าที่มีร่มเงาประมาณ 50-60 %  ระยะปลูกที่เหมาะสมของการปลูกเร่วหอมประมาณ 1 เมตร หรือมีจำนวนต้นอยู่ในช่วง 1,200-1,300 กอต่อไร่ การขยายพันธุ์เร่วหอมเพื่อนำไปปลูกควรเลือกต้นกล้าที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป โดยทำการแยกต้นกล้าที่มีไหลติดอยู่ด้วยมาปลูกเพราะจะมีการแตกหน่อได้ดี สำหรับการใส่ปุ๋ย พบว่า การใส่ปุ๋ยคอกอัตราประมาณ 300-400 กก.ต่อไร่ต่อปี ในช่วงเร่วหอมอายุ 1 ปี จะมีการแตกหน่อใหม่อยู่ในช่วง 4-5 หน่อต่อกอ สำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะเริ่มเก็บโดยการแยกเหง้าไปใช้เมื่อเร่วหอมมีอายุประมาณ 2-3 ปี โดยการเลือกกิ่งเหง้าที่จะนำไปจำหน่ายควรเลือกเหง้าที่มีลักษณะใหญ่ 1-2 ต้นต่อกอโดยปล่อยต้นที่เหลือในกอมีเจริญเติบโตและแตกต้นใหม่ต่อไป  ส่วนราคาซื้อขายเหง้าสดในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 25-30 บาทต่อกิโลกรัม

ด้วยเหตุนี้ เร่วหอมจึงเป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการปลูกเพื่อการค้า รวมถึงการปลูกเร่วหอมยังเป็นการช่วยอนุรักษ์พันธุกรรมพืชท้องถิ่นไว้ และยังเป็นการช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพหากมีการส่งเสริมปลูกในพื้นที่เกษตรกรรมแบบวนเกษตร เช่น สวนยางพารา สวนผลไม้ หรือสวนบ้าน มากยิ่งขึ้น

ติดต่อขอข้อมุลเพิ่มเติมได้ที่
ดร.ณัฐวัฒน์ คลังทรัพย์
ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสถานีวิจัยและป่าสาธิต
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร.0-2579-0170

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
ดร.ณัฐวัฒน์ คลังทรัพย์

✍ ผลิตสื่อโดย ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย
🌟 แนะนำ/ติชม https://forms.gle/e3MzPqrb2V9QE9Tp6