รับลม ชมวิวเขื่อนฯ บน “เรือไฟฟ้า กฟผ. เพื่อความสุขของคนไทย” โดย นักวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

“โครงการวิจัยและพัฒนาเรือท่องเที่ยวไฟฟ้า” โดยการสนับสนุนงบประมาณวิจัยจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นการออกแบบและพัฒนาเรือไฟฟ้าสำหรับการท่องเที่ยวทางน้ำในแม่น้ำลำคลองและเขื่อนของ กฟผ. โดยวิจัยจากการออกแบบเรือ รวมถึงใบจักร และระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ เพื่อหารูปแบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และเพื่อทดสอบสมรรถนะเรือไฟฟ้าสำหรับสัญจรทางน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง ลดมลภาวะทั้งทางอากาศและเสียง โดยได้ทำการทดสอบสมรรถนะ ณ เขื่อนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จังหวัดกาญจนบุรี

สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมติดตามผลการดำเนินงานวิจัย เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 โดยการสนับสนุนและความอนุเคราะห์จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

 

“เรือไฟฟ้า กฟผ. เพื่อความสุขของคนไทย” วิจัยและพัฒนาขึ้นโดย คณะนักวิจัยจาก คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา นำโดย รศ.ดร.ยอดชาย เตียเปิ้น อ.ศิวกร สุขประเสริฐชัย และคณะนักวิจัยอีกหลายท่าน ได้ศึกษาและออกแบบเรือ ใบจักร และระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ และการทดสอบสมรรถนะเรือไฟฟ้าสำหรับสัญจรทางน้ำที่มีประสิทธิภาพสูง

เรือไฟฟ้ามีความยาว 12 เมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 10-15 คน ระบบการขับเคลื่อน ดังนี้

-ระบบขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ 15 กิโลวัตต์ จำนวน 2 ชุด (มอเตอร์ขนาด 1,000 rpm) เป็นระบบขับเคลื่อนแบบขับตรงจากใบจักรเรือ เพื่อลดการสูญเสียชุดเกียร์ทำให้ระบบมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
-ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ขนาด 46 กิโลวัตต์ฮาว เลือกแบตเตอรี่ที่มีประสิทธภาพสูงและใช้งานได้ยาวนาน
-ระบบการรองรับการอ่านประจุจากโซล่าเซลล์มีชุดระบบแบตเตอรี่ประมาณ 8 กิโลวัตต์ฮาว เพื่อใช้ในระบบปรับอากาศ ตู้เย็น ระบบไฟต่างๆ ภายในเรือ
-การชาร์จ ใช้ระบบ DC ควิกชาร์จ 35 กิโลวัตต์ ใช้เวลาในการชาร์จ 2 ชั่วโมง จะได้รอบการใช้งาน 3 ชั่วโมงหรือ 30 กิโลเมตร

จุดเด่นของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

(1) ขนาดบรรทุก 10-15 ที่นั่ง
(2) สามารถขจัดมลภาวะทางอากาศ และลดมลภาวะทางเสียงให้ต่ำกว่าเครื่องยนต์ดีเซล โดยเรือไฟฟ้าต้นแบบมีระดับเสียงเฉลี่ย 65 dB ต่ำกว่ากณฑ์มาตรฐานความดังไม่เกิน 75 dB
(3) ได้เปรียบเทียบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระหว่างเรือไฟฟ้าโดยสาร กับเรือเครื่องยนต์โดยสาร และเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าสามารถใช้งานได้เกิน 3 ชั่วโมง และระยะทางเกิน 30 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่เรือท่องเที่ยวไฟฟ้าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้เพียง 13.6 km/h ซึ่งได้ความเร็วน้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 18.52 km/h สาเหตุเนื่องมาจากเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าต้นแบบมีน้ำหนักเกินจากค่าออกแบบจาก 6,043 กิโลกรัมเป็นน้ำหนักประมาณ 8,500 กิโลกรัม เนื่องจากการเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานภายในเรือส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้เรือมีระยะจมน้ำมากกว่าค่าออกแบบและทำให้เรือมีแรงเสียดทานเพิ่มสูงกว่าที่ออกแบบไว้ ทั้งนี้ความเร็วเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าต้นแบบมีความเร็วที่มีความเหมาะสมอยู่ในช่วง 8-10 km/h ซึ่งอยู่ในช่วงประหยัดพลังงาน

กฟผ. สามารถนำเรือท่องเที่ยวไฟฟ้าใช้ประโยชน์จากการให้บริการรอบเกาะหมู่ป่า ระยะทาง 10 กิโลเมตร 2 เที่ยวต่อวัน โดยสามารถสร้างรายได้ที่เป็นตัวเงินโดยเฉลี่ยปีละ 2,304,000 บาท เมื่อหักต้นทุนการดำเนินงานต่อปีแล้ว จะทำให้โครงการสามารถคืนทุนได้ใน 5 ปี สร้างผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) เท่ากับร้อยละ 26 สำหรับอัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์คำนวณจากประโยชน์ทางอ้อมจากการลดการใช้น้ำมันและการลดคาร์บอน ทำให้อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) เท่ากับร้อยละ 28 โดยตลอดระยะเวลา 20 ปี จะสร้างมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ได้เท่ากับ 4,193,127 บาท มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (BCR) เท่ากับ 1.84 เท่า ซึ่งหมายถึงเงินลงทุน 1 บาท สร้างผลตอบแทนกลับคืนมา 1.84 บาท ดังนั้นเมื่อพิจารณาเกณฑ์ในการประเมินความคุ้มค่าของโครงการลงทุนพบว่า โครงการมีความคุ้มค่าที่จะลงทุน

 

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

รศ.ดร.ยอดชาย เตียเปิ้น

ภาควิชาวิศวกรรมทางทะเล คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

โทรศัพท์ 038 354 580 – 4 ต่อ 665511