เทคโนโลยีเนียร์อินฟราเรด กับการวิเคราะห์สารแซนโทน ในผงเปลือกมังคุดโดยไม่ต้องสกัด

มังคุดถือเป็นราชินีผลไม้ของประเทศไทย ประเทศไทยสามารถผลิตมังคุดได้จำนวนมาก ดังนั้นปริมาณเปลือกซึ่งเป็นขยะหรือของเหลือทิ้งจากการบริโภคมังคุดจึงมีปริมาณสูงเช่นกัน ภายในเปลือกมังคุดจะประกอบด้วยสารแซนโทนที่มีคุณค่าสูง แซนโทนเป็นสารประกอบตามธรรมชาติจัดอยู่ในกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ จะพบมากในส่วนเปลือกมังคุด โดยมีสาร alpha-mangostin และ gamma-mangostin เป็นสารแซนโทนหลักที่พบมาก ในปัจจุบันได้มีการค้นคว้าและวิจัยถึงคุณประโยชน์ของสารแซนโทนอย่างแพร่หลายโดยสารแซนโทนมีฤทธิ์ทางชีวภาพมากมาย ได้แก่ 1) ฤทธิ์ในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Sukatta et al., 2013) 2)การออกฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ และอาการแพ้ (Chen et al., 2008)  3) ฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง (Matsumoto et al., 2004) และ 4) ฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ (Sundaram et al., 1983) จากคุณประโยชน์หลายประการที่กล่าวมา สารแซนโทนในเปลือกมังคุดจึงจัดเป็นสารที่มีความสำคัญและโดดเด่นในทางเภสัชวิทยาเป็นอย่างยิ่ง โดยมีการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หลายประเภท เช่น อาหารเสริม ยาสมุนไพร น้ำมังคุดสกัด และเครื่องสำอางกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มรักษาสิว การใช้สารสกัดแซนโทนจากเปลือกมังคุดจึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกที่เหลือทิ้งจากการบริโภค ช่วยลดขยะอันจะส่งผลพลอยได้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

การนำเปลือกมังคุดมาสกัดสารแซนโทนจะคุ้มค่าหากวัตถุดิบเปลือกมังคุดมีสารแซนโทนอยู่ในปริมาณมาก จึงควรมีกระบวนการวิเคราะห์ปริมาณแซนโทนในเปลือกมังคุดเพื่อคัดเลือกวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการสกัดต่อไป

ซึ่งวิธีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณแซนโทนโดยทั่วไปในระดับห้องปฏิบัติการจะใช้เวลานาน มีขั้นตอนยุ่งยาก คือ กระบวนการสกัดและวิเคราะห์ปริมาณด้วยเครื่องมือขั้นสูง High Performance Liquid Chromatography (HPLC) ใช้สารมาตรฐานที่มีราคาสูง และสารเคมีหลายชนิด ภายหลังการวิเคราะห์จะก่อให้เกิดขยะทางเคมี ค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์สูง อีกทั้งตัวอย่างที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจะถูกทำลาย ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผู้ประกอบการจึงนิยมใช้วิธีการสุ่มตรวจ ก่อให้เกิดความเสี่ยงในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ หากมีวิธีทางเลือกใหม่ในการตรวจวิเคราะห์ได้รวดเร็วโดยไม่ทำลายตัวอย่างด้วยการใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (near-infrared spectroscopy; NIRS) จะช่วยส่งเสริมและสร้างโอกาสในการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพได้ 100% ย่อมลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้

Near-Infrared spectroscopy (NIRS) หลักการคือ การส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงคลื่น NIR (800–2500 นาโนเมตร) ไปยังตัวอย่าง และอาศัยสมบัติเฉพาะตัวของโมเลกุลในตัวอย่าง ที่มีสมบัติในการดูดกลืนคลื่น NIR ที่ความยาวคลื่นแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งจะถูกดูดกลืนเข้าไปเกิดอันตรกิริยากับพันธะของโมเลกุลในตัวอย่าง ได้แก่ พันธะที่ประกอบด้วยไฮโดรเจนอะตอม (OH, NH, CH) เป็นต้น เครื่องจะแสดงผลเป็นสเปกตรัม เพื่อนำไปใช้สร้างสมการทำนายหรือใช้วิเคราะห์ผลเป็นปริมาณได้ทันทีหากมีสมการพร้อมใช้งานในเครื่อง

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติม
ดร.ศุมาพร เกษมสำราญ
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร. 0-2942-8600-3 E-mail: aapspk@ku.ac.th

ผู้เรียบเรียง
น.ส.ทิสยา ทิศเสถียร
ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก.
E-mail: rdityt@ku.ac.th