การใช้เชื้อรากำจัดผักตบชวา

ผักตบชวา (Eichhornia crassipes (Mart.) Solms ) เป็นพืชน้ำในวงศ์ Pontederiaceae มีการแพร่ระบาดโดยการนำเข้ามาในประเทศ เพื่อใช้เป็นไม้ประดับในสวนเนื่องจากมีดอกสวยงามสะดุดตา ผักตบชวาจัดเป็น 1 ใน 10 ของวัชพืชน้ำที่ร้ายแรงที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว มีธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นพืชที่สามารถปรับตัวให้ทนทานอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันการกำจัดผักตบชวาออกจากแหล่งน้ำในประเทศไทย นิยมใช้วิธีตักเก็บโดยแรงงานคนและเครื่องจักร ซึ่งใช้แรงงาน เวลา และงบประมาณมหาศาล นอกจากนี้เป็นวิธีที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องทุกๆ ปี ทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากสำหรับการกำจัดผักตบชวาทุกปี อย่างไรก็ตามการควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของผักตบชวา สามารถทำได้โดยวิธีทางชีวภาพ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้สิ่งมีชีวิตควบคุมกันเอง โดยการทำให้ผักตบชวาเกิดความผิดปกติหรือเป็นโรคแล้วไม่สามารถเจริญและขยายพันธุ์ได้ เชื้อรา Myrothecium roridum สายพันธุ์ 448 เป็นเชื้อราที่ผ่านการคัดเลือกมาจากหลายๆ สายพันธุ์ที่แยกเชื้อมาจากผักตบชวาที่เป็นโรคใบไหม้ โดยมีการศึกษาเชื้อราสายพันธุ์นี้มากว่า 5 ปี ตั้งแต่การศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการ โรงเรือนปลูกพืชทดลอง และในภาคสนามหรือแหล่งน้ำ นอกจากนี้ได้ศึกษาด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ โดยการทดสอบการก่อให้เกิดโรคกับพืชชนิดอื่นรวมทั้งพืชเศรษฐกิจกว่า 100 ชนิด (41 วงศ์) พบว่า ไม่ก่อให้เกิดโรคกับพืชอื่นๆ ยกเว้นวัชพืชน้ำ เช่น จอก แหน ที่พบอาการไหม้บนใบแต่ไม่รุนแรงเท่ากับบนใบผักตบชวา นอกจากนี้ได้ตรวจทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (หนูทดลอง) พบว่า มีความปลอดภัย กลไกการทำงานหรือการก่อให้เกิดโรคกับผักตบชวาโดยเชื้อราชนิดนี้ โดยทำให้เซลล์เนื้อเยื่อของใบและเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ของผักตบชวาเกิดการไหม้และเซลล์ตาย เมื่อมีการใช้ร่วมกับสารลดแรงตึงผิวจะช่วยพาให้สปอร์แขวนลอยกระจายไปทั่วต้น ทำให้ผักตบชวาตาย โดยอาการของโรคพบได้ภายใน 3 วันหลังจากการฉีดพ่น

การผลิตเชื้อรา M. roridum สายพันธุ์ 448 ในรูปแบบสปอร์แขวนลอยจากการเลี้ยงเพิ่มปริมาณสปอร์บนเมล็ดข้าวเปลือกนึ่งฆ่าเชื้อ ฉีดพ่นบนใบผักตบชวา เชื้อราจะเข้าทำลายผักตบชวาภายใน  48 ชั่วโมง และด้วยสปอร์แขวนลอยของเชื้อรามีสารหรือเอนไซม์ที่เชื้อราสร้างและปล่อยออกมาขณะที่เจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อ ทำให้อาการของโรคพัฒนาได้เร็ว โดยสามารถสังเกตอาการไหม้บนใบและต้นหลังจากการฉีดพ่น 3 วัน การใช้สปอร์แขวนลอยในความเข้มข้นที่เหมาะสมคือ 108 สปอร์ต่อมิลลิลิตร ซึ่งการเก็บรักษาโดยเก็บไว้ที่อุณหภูมิต่ำหรือแช่ตู้เย็นสามารถเก็บได้หลายเดือน

หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่รับจ้างกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ สามารถนำเชื้อราหรือสปอร์แขวนลอยของเชื้อรา Myrothecium roridum สายพันธุ์ 448 ไปใช้ประโยชน์ในการควบคุมผักตบชวาในแหล่งน้ำ ร่วมกับวิธีการอื่นๆ เนื่องจากผักตบชวามีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว  หากสามารถลดการเพิ่มจำนวนได้ จะช่วยลดงบประมาณ แรงงานและเวลา สำหรับการกำจัดผักตบชวาออกจากแหล่งน้ำได้ นอกจากนี้ทดแทนการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชในแหล่งนี้ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ แนวทางการนำเชื้อรา M. roridum สายพันธุ์ 448 ไปใช้ประโยชน์เพื่อควบคุมการแพร่พันธุ์หรือคุมกำเนิดจำนวนประชากรของผักตบชวา โดยเริ่มจากการกำหนดพื้นที่แหล่งน้ำที่เป็นต้นน้ำที่มีการระบาดของผักตบชวาและสุดท้ายมาสะสมที่บริเวณปลายน้ำ นำเชื้อราไปฉีดผักตบชวาที่เกาะตามแนวตลิ่งของแหล่งน้ำที่เป็นต้นน้ำ ซึ่งผักตบชวาตามแนวตลิ่งหรือที่ลอยมาตามน้ำจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่ขยายพันธุ์ของผักตบชวา แล้วมีการลอยไปสะสมรวมกันที่ปลายน้ำหรือประตูน้ำจำนวนมหาศาล เมื่อสามารถลดอัตราการแพร่ขยายพันธุ์ของผักตบชวาได้กล่าวคือ         เมื่อผักตบชวาตายจะทำให้ประชากรของผักตบชวาลดลง

 

ติดต่อขอข้อมุลเพิ่มเติมได้ที่

อ. ดร. อาร์ม  อันอาตม์งาม  และ
ผศ. ดร. จินตนา  อันอาตม์งาม
คณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์
ร่วมกับ คณะเกษตร กำแพงแสน
โทร 08-9919-9136

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
อ. ดร. อาร์ม  อันอาตม์งาม

ฝ่ายผลิตโดยฝ่ายงานวิจัย