ปะการังเทียมเพื่อการตกแต่งตู้เลี้ยงปลา

การเลี้ยงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ธุรกิจปลาสวยงามสามารถทำรายได้เข้าประเทศได้ปีละหลายพันล้านบาท โดยคาดว่าในปี 2553 จะสามารถทำรายได้เข้าประเทศถึง 2000 ล้านบาทนอกจากนี้ธุรกิจปลาสวยงามยังเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นๆ อีกมากมายอาทิเช่น อุปกรณ์ในการเลี้ยงปลา การให้บริการดูแลรักษาตู้เลี้ยงปลา การเพาะขยายพันธุ์ปลา อาหารสัตว์น้ำ ธุรกิจต่างๆ เหล่านี้ล้วนเกี่ยวพันกับการเลี้ยงปลาสวยงามทั้งสิ้น ระบบการเลี้ยงปลาทะเลมีหลักสำคัญอยู่ที่การจัดทำระบบให้สมบูรณ์มากที่สุด โดยเฉพาะการมีแหล่งที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการปรับสภาพสิ่งแวดล้อมให้สมดุล แหล่งที่มาของของเสียจำพวกแอมโมเนียในน้ำมาจากอาหารที่ปลากินไม่หมด ของเสียจากการขับถ่ายของปลา ซึ่งหากทำระบบการกำจัดของเสียไม่ดีแล้วจะทำให้ปลาตายได้โดยเรียกกันทั่วไปว่า New tank syndrome ซึ่งเกิดจากการที่ระบบไม่สามารถขจัดของเสียออกไปได้ จึงเกิดการสะสมของของเสียในระบบแล้วทำให้เกิดการเป็นพิษต่อตัวปลา

การใช้หินจากทะเลมาตกแต่งจะทำให้สิ่งแวดล้อมภายในตู้ดูใกล้เคียงธรรมชาติมากยิ่งขึ้นและเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่ใช้ในการกรองทางชีวภาพ การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการเสียสมดุลและทำให้เกิดผลกระทบตามมา สัตว์น้ำก็จะขาดแหล่งหลบภัย อาจทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตและสัตว์น้ำ แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ที่หินเป็นนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ แบคทีเรียที่ใช้อ๊อกซิเจน และแบคทีเรียที่ไม่ใช้อ๊อกซิเจน แบคทีเรียที่ใช้อ๊อกซิเจนนั้นจะเป็นตัวช่วยในการเปลี่ยนของเสียจำพวกแอมโมเนียให้เป็นไนไตรท์ ต่อจากนั้นแบคทีเรียจำพวกที่ไม่ใช้อ๊อกซิเจน จะทำการเปลี่ยนสารจำพวกไนไตรท์ให้เป็นแก๊สไนโตรเจน ตามวัฏจักรของแอมโมเนีย ซึ่งจะระเหยออกจากระบบ ทำให้เกิดความเป็นพิษต่อสัตว์ทะเลน้อยลง ดังนั้นการที่ระบบมีหินเป็นจำนวนมากจึงทำให้มีที่อยุ่ของแบคทีเรียมากและเป็นการช่วยลดของเสียในระบบได้เป็นอย่างดี นวัตกรรมนี้จึงมีจุดดีคือการเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียในระบบเลี้ยงปลา ลดการนำเข้าเรซิ่นเพื่อผลิตปะการังเทียม นำวัสดุเหลือใช้มาทำประโยชน์และสร้างรายได้ให้ประเทศ


ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
อาจารย์พีระ อารีศรีสม
คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร.0-2579-8574-5

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
อาจารย์พีระ อารีศรีสม
คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ผลิตสื่อโดย ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย