ทุนวิจัยและนวัตกรรมฯ “การส่งเสริมอุตสาหรรมสำคัญของประเทศ (S-Curve)” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยได้มีการกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย: กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต เพื่อเป็นมาตรการระยะยาวที่จะกำหนดทิศทาง การปรับโครงสร้างด้านการผลิต ทั้งเกษตร-อุตสาหกรรม-บริการ ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ มีความสามารถในการแข่งขัน มีการสร้างงานคุณภาพ และมีการสนับสนุนเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างเป็นระบบ เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนให้เพิ่มขึ้น และให้ประเทศสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตบนฐานนวัตกรรมและยกระดับการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย สร้างผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจ และได้กำหนดกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรม ดังนี้

  1. อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
  2. อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต
  3. อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
  4. อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  5. อุตสาหกรรมดิจิทัล
  6. อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
  7. อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร
  8. อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์
  9. อุตสาหกรรมความมั่นคง และเทคโนโลยีอวกาศ
  10. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ Innovative House

คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน

ผู้มีสิทธิขอรับทุนจะต้องเป็นบุคลากรในภาครัฐหรือเอกชนที่มีสภาพเป็นนิติบุคคล โดยมีคุณสมบัติดังนี้

  1. มีสัญชาติไทย มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศไทย และหรือมีหลักฐานการทำงานมั่นคง
  2. มีศักยภาพในการบริหารการวิจัยและ/หรือการบริหารจัดการ
  3. มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดีในวิทยาการด้านใดด้านหนึ่งเกี่ยวกับการวิจัยในข้อเสนอการวิจัยที่ขอรับทุน มีศักยภาพ ความพร้อมด้านวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ในการวิจัย ที่จะดำเนินการวิจัยได้สำเร็จ
  4. สามารถดำเนินการวิจัยให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดอย่างมีคุณภาพ

งื่อนไขการสนับสนุนทุนวิจัย

  1. โจทย์วิจัยมีความเป็นไปได้ทางการตลาด มีความเป็นไปได้ด้านเทคโนโลยี การผลิตและมาตรฐานคุณภาพของผลิตภัณฑ์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญตรงตามความต้องการ
  2. โจทย์วิจัยมาจากความต้องการของภาคอุตสาหกรรม
  3. มีภาคเอกชน หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการวิจัยอย่างน้อย 1 ราย
  4. ภาคเอกชนต้องร่วมทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ( in cash และ in kind) โดยภาคเอกชนลงทุนเป็น in-cash อย่างน้อยร้อยละ 10 ของมูลค่าโครงการ
  5. อย่างน้อยร้อยละ 20 (In cash + In kind) เพื่อให้มีส่วนร่วมในการทำงานอย่างจริงจัง และยืนยันความตั้งใจในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ Matching fund from private sector
  6. งานที่จะดำเนินการควรอยู่ใน Technology Readiness Level ขั้นต่ำที่ Level 3 หรือมีแผนการพัฒนาธุรกิจอย่างชัดเจน
  7. การบริหารจัดการโปรแกรม ข้อตกลงเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับภาคเอกชน เป็นไปตามระเบียบของ วช.

ระยะเวลารับข้อเสนอโครงการ

ตลอดทั้งปี

 ระยะเวลารับข้อเสนอโครงการ

ไม่จำกัดกรอบวงเงิน

การเสนอโครงการวิจัย ทำได้ 2 ช่องทาง ดังนี้

ช่องทางที่ 1) หารือกับ หน่วยประสานงาน เพื่อบรรจุข้อเสนอโครงการวิจัยเข้ากรอบของหน่วยประสานงาน โดยจัดส่งเอกสารข้อเสนอเชิงหลักการไปยัง “ผู้ประสานงาน” ของฝ่ายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโจทย์วิจัยของท่าน (รายละเอียดระบุในคู่มือฯ และรายชื่อผู้ประสานงาน)

ช่องทางที่ 2) นำเข้าข้อเสนอเชิงหลักการ (Concept Paper) ผ่านระบบ NRMS ที่เว็บไซต์ www.nrms.go.th แล้ว วช. จะดำเนินการร่วมกับหน่วยประสานงานต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2562 ถึง 30 กันยายน 2563 (เวลา 16.30 น.) สืบค้นข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://nrms.go.th/

เอกสารดาวน์โหลด