ชุดตรวจวินิจฉัยโรคปากและเท้าเปื่อย

นักวิจัย ม.เกษตร พัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคปากและเท้าเปื่อย ช่วยให้สามารถคัดกรอง แยก ควบคุมการแพร่กระจายสัตว์ติดเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อย ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ

โรคปากและเท้าเปื่อย (foot and mouth disease : FMD) เป็นโรคระบาดที่รุนแรงและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว พบในสัตว์กีบคู่ เช่น สุกร โค กระบือ แพะ และแกะ โรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสปากและเท้าเปื่อย (foot and mouth disease virus : FMDV)  อาการของโรคคือ มีตุ่มใสบริเวณซอกกีบ ไรกีบ เยื่อบุช่องปาก ลิ้นและเต้านม ตุ่มใสจะแตกออกทำให้สัตว์เจ็บปวดและกินอาหารไม่ได้ กีบหลุดเดินไม่ได้ กรณีที่มีอาการรุนแรงอาจถึงตายได้ เชื้อไวรัสปากและเท้าเปื่อยเป็นไวรัสที่มีการเปลี่ยนแปลงทางแอนติเจน และทางพันธุกรรมตลอดเวลา ชนิดที่มีการระบาดในประเทศไทยคือ O, A และ Asia1 เชื้อไวรัสมีความทนทานสามารถมีชีวิตอยู่ในซากสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และในดินเป็นเวลานาน ทำให้การควบคุมและกำจัดโรคนี้เป็นไปได้ยาก องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) จัดให้โรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคระบาดร้ายแรงในข้อบังคับในการค้าสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ทำให้ประเทศที่มีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยถูกกีดกันทางการค้าในการส่งออกสัตว์เศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล

สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อและการระบาดของโรคมาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์ การควบคุมและป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากต้องอาศัยวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และตรงกับสายพันธุ์ของไวรัสที่ระบาดแล้ว การกักกันสัตว์ร่วมกับการตรวจคัดกรอง ก่อนการเคลื่อนย้ายสัตว์  เพื่อทำลายฝูงสัตว์ที่ติดเชื้อ จะสามารถควบคุมการนำไวรัสเข้าประเทศไทยและเขตปลอดโรคได้

ศาสตราจารย์ สพ.ญ.ดร.พรทิพภา เล็กเจริญสุข อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยาและวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้พัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคปากและเท้าเปื่อย (KUcheck-F FMDV-NSP ELISA  ที่สามารถตรวจหาสัตว์ติดเชื้อแฝง สามารถแยกสัตว์ติดเชื้อออกจากสัตว์ที่ได้รับวัคซีน ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีความไวสูง เพื่อช่วยสนับสนุนงานด้านการตรวจเฝ้าระวังและการควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ต้นแบบชุดตรวจวินิจฉัยแยกสัตว์ติดเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อย KUcheck F FMDV–NSP ELISA พัฒนาขึ้นในลักษณะ Indirect ELISA เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจคัดกรองสัตว์ที่ติดเชื้อไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อย ทั้งที่กำลังแสดงอาการและติดเชื้อแฝงไม่แสดงอาการ โดยตรวจภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อโปรตีน NSP ของไวรัสโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งจะปรากฏในซีรั่มของสัตว์ที่ติดเชื้อเท่านั้น เหมาะสำหรับใช้ตรวจคัดกรองสัตว์ก่อนการเคลื่นย้ายสัตว์ และนำเข้าคอมพาร์ทเม้นต์ และเขตปลอดโดรค และใช้ตรวจคัดกรอง ณ ด่านกักกันสัตว์ก่อนนำสัตว์เข้าประเทศ เพื่อป้องกันการนำโรคปากและเท้าเปื่อยจากประเทศใกล้เคียงเข้าสู่ประเทศไทย ชุดตรวจวินิจฉัยแยกสัตว์ติดเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อย ที่พัฒนาขึ้นนี้ได้ผ่านการทดสอบความน่าเชื่อถือและมาตรฐานในการวินิจฉัยตามหลักของ OIE โดยใช้ซีรั่มจากสัตว์ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีต้นทุนราคาถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณ เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการป้องกันและรักษาโรค และลดการสูญเสียรายได้จากการระบาดของโรคในสัตว์เลี้ยวของเกษตรกรอีกด้วย

ลักษณะเด่นของชุดตรวจวินิจฉัยโรคปากและเท้าเปื่อย KUcheck F FMDV–NSP ELISA

1.สามารถวินิจฉัยแยกภูมิคุ้มกันจากสัตว์ที่ติดเชื้อธรรมชาติออกจากสัตว์ที่ได้รับวัคซีน เนื่องจากสัตว์มีการติดเชื้อแฝงแม้จะไม่แสดงอาการ

2.มีความไวและความจำเพาะสูง

3.สามารถตรวจซีรั่มจากสัตว์กีบคู่ได้หลายชนิด เช่น โค กระบือ และสุกร

4.ใช้เวลาในการตรวจเพียง 2.5 ชั่วโมง

5.สามารถใช้ตรวจซีรั่มของสัตว์จากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องตั้ง cutoff ใหม่

ต้นแบบชุดตรวจวินิจฉัยโรคปากและเท้าเปื่อย KUcheck F FMDV–NSP ELISA ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณกรรมการวิจัยแห่งชาติ และได้รับทุนต่อยอดจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเพื่อพัฒนาชุดทดสอบในเชิงพาณิชย์

ขอขอบคุณที่ท่านเข้ามาอ่านบทความวิจัยนี้ และขอความกรุณาสละเวลาตอบแบบสอบถามการให้บริการข้อมูล เพื่อการปรับปรุงต่อไปด้วย จะขอบคุณยิ่ง  

คลิกที่นี่เพื่อตอบแบบสอบถาม—> https://goo.gl/forms/hcBXc1080pJmdUmF3

ที่มาข้อมูล   :    นิทรรศการงานวันเกษตรแฟร์ ประจำปี 2561

“เทคโนโลยีก้าวไกล พัฒนาเศรษฐกิจไทยไป 4.0”

เจ้าของผลงาน : ศ. สพ.ญ. ดร.พรทิพภา เล็กเจริญสุข

ภาควิชาจุลชีววิทยาและวิทยาภูมิคุ้มกัน

คณะสัตวแพทยศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ผลิตสื่อเผยแพร่ : วันเพ็ญ นภาทิวาอำนวย

ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย

สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่ง มก.

โทร. 02 561 1474

e-mail : rdiwan@ku.ac.th