โคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน กับรางวัล ผลงานประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2548

พ.ศ.2548  โคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน ได้รับรางวัล ผลงานประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2548 รางวัลดีเยี่ยม สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา สภาวิจัยแห่งชาติ เป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและถึงมือเกษตรกรโดยตรงอย่างกว้างขวางและมีการดำเนินงานอย่างครบวงจร

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จทอดพระเนตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่ได้รับรางวัลดีเยี่ยม

    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จทอดพระเนตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นที่ได้รับรางวัลดีเยี่ยม

28   27.โคเนื้อพันธุ์กำแพงแสนที่ส่งเข้าประกวด

  ระยะเวลาในการสร้างโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน

หากนับเวลาตั้งแต่การดำเนินงานที่วิทยาเขตกำแพงแสน คือ พ.ศ. 2512 จนได้โคที่สายเลือดนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงและกลายพันธุ์ รุ่นที่5 ซึ่งเป็นสายพันธุ์แท้ และตั้งชื่อว่า “โคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน ในปี 2530 รวมเป็นเวลากว่า 18 ปี และยังดำเนินการปรับปรุงพันธุ์เพื่อพัฒนาคุณภาพเนื้อและไขมันอย่างต่อเนื่อง จนได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2548 รางวัลดีเยี่ยม สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา จากสภาวิจัยแห่งชาติ รวมเป็นเวลากว่า 35 ปี

ที่มาของชื่อโคพันธุ์กำแพงแสน

สาเหตุที่ใช้ชื่อว่า “กำแพงแสน” เพราะการตั้งชื่อพันธุ์โคโดยทั่วไป มักนิยมใช้ชื่อถิ่นกำเนิดของโคนั้นๆ เป็นชื่อพันธุ์ เช่น พันธุ์อเบอร์ดีน-แองกัส เป็นโคที่กำเนิดขึ้นตรงรอยต่อระหว่างเมืองอเบอร์ดีนกับเมืองแองกัส ในประเทศอังกฤษ  พันธุ์ซิมเมนทอล เกิดที่หุบเขาซิมเมน ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นต้น  ส่วนโคเนื้อพันธุ์แรกที่ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นในประเทศไทย กำเนิดขึ้นที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จึงให้ชื่อว่า “พันธุ์กำแพงแสน”

คุณสมบัติและลักษณะเด่น

การเลี้ยงโคในอดีตของไทย ยังไม่มีโคพันธุ์เนื้อที่สามารถเลี้ยงเป็นโคขุนในเชิงธุรกิจเหมือนโคเนื้อพันธุ์ุ์ต่างประเทศเช่นยุโรปและอเมริกาได้  โคพื้นเมืองของประเทศไทยที่ชาวบ้านเลี้ยงและคัดเลือกกันมาเป็นร้อยเป็นพันปี มีความสามารถสูงในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศ และแม้ว่าจะมีคุณสมบัติดีเด่นหลายประการ เช่น ความสมบรูณ์พันธุ์ุ์ ได้แก่ การเป็นสัดเร็ว ผสมติดง่าย ได้ลูกทุกปีทั้งๆ ทีได้รับอาหารตามสภาพการเลี้ยงของเกษตรกรไทย แต่ก็มีข้อด้อยที่มีขนาดเล็กและโตช้า การสร้างโคพันธุ์กำแพงแสน เป็นการสร้างพันธุ์โคเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นโคเนื้อที่ดีครบถ้วนสำหรับเลี้ยงในสภาพทั่วไปของประเทศไทย โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ คือโคพื้นเมืองเป็นพันธุ์พื้นฐาน ซึ่งเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยและประเทศแถบเอเชียอาคเนย์อีกด้วย 

สรุปจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์โคพันธุ์กำแพงแสน คือ

  1. สามารถเลี้ยงเป็นโคขุนในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยได้ดี ทนต่อโรค และแมลง เกษตรกรสามารถนำไปเลี้ยงได้ในทุกภาคของประเทศไทย ขณะที่โคพันธุ์ต่างประเทศไม่สามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
  2. เป็นโคพันธุ์เนื้อที่มีโครงร่างและการเจริญเติบโตดี มีอัตราเปลี่ยนอาหาร หรือ อัตราแลกเนื้อสูง ไม่แพ้โคเนื้อพันธุ์ต่างประเทศ
  3. คุณภาพซากและเนื้อดี ทัดเทียมกับเนื้อที่นำเข้าจากต่างประเทศ

 ตาราง คุณสมบัติทางเศรษฐกิจของโคพันธุ์ต่างๆ ที่ใช้สร้างโคพันธุ์กำแพงแสน

คุณสมบัติ                   ระดับคะแนนของโคพันธุ์ุ์ต่างๆ
พื้นเมือง บราห์มัน ชาโลเล่ส์ กำแพงแสน
ความสมบูรณ์พันธุ์ 5 2.5 4 4
การคลอดง่าย 5 5 3 4
น้ำหนักแรกคลอกต่ำ 5 5 3 4
การเติบโตในคอกขุน 1 3 5 4
ประสิทธิภาพการใช้อาหาร 2 3 5 4
ความดีของซาก 1 3 4.5 4
คุณภาพเนื้อ 3 3 4 4
เลี้ยงง่ายในเมืองไทย 5 4 1 4
ความคึกในการผสมพันธุ์ 5 3 4 3.5
อารมณ์ดี ไม่ดุ 3 3 4 3.5
อายุยืนยาว 5 3.5 3 4
หมายเหตุ  5 = ดีที่สุด 1 = ด้อยที่สุด

 zzz

ขั้นตอนการสร้างและการพัฒนาโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน แบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 แผนการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้โคพื้นฐาน (D1 หรือ Foundation grade) โดยเริ่มต้นจากโคพื้นเมือง หรือลูกโคผสมบราห์มัน เริ่มต้นครั้งแรกคือนำแม่โคพื้นเมืองมาผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อหรือพ่อพันธุ์บราห์มันพันธุ์ุ์แท้ แต่ถ้าจะลดขั้นตอนโดยเริ่มจากแม่โคบราห์มันลูกผสม 50 % ก็ได้ แต่ต้องเป็นแม่โคที่มีลักษณะดีแล้วผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อพันธุ์ชาโลเล่ส์ เมื่อลูกโคที่มีเลือดพื้นเมือง 25 % แล้วจึงขอจดทะเบียนรับรองพันธุ์จากสมาคมโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน เป็นโคพื้นฐานในระดับ D1 หรือ Foundation grade

แผนผสมพันธุ์เพื่อสร้างโคพันธุ์กำแพงแสน

untitled

ขั้นตอนที่ 2 แผนการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์แท้ เมื่อมีการสร้างพันธุ์ใหม่จากการเอาโคพันธุ์ดั้งเดิม 2 พันธุ์ หรือมากกว่า มารวมกันลูกที่เกิดมาในช่วงแรกๆ จะมีความแปรผันในเรื่องรูปร่างและสี  แต่ลักษณะหลักทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราการเจริญเติบโตและน้ำหนักเมื่อหย่านมมีความผันแปรน้อยมาก เพราะลักษณะเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยยีนหลายคู่ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ได้คุณสมบัติทุกๆ อย่าง จะต้องเอาสัตว์ที่เหมือนกันมาผสมกันกับสัตว์ที่เหมือนกันหลายๆ ชั่วก็จะได้สัตว์ที่มีลักษณะคงที่ ท  ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตกระบือและโค มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนและสมาคมโคเนื้อกำแพงแสน ได้ตั้งกฎ หรือแผนผสมพันธุ์ เพื่อให้เกิดพันธุ์แท้ขึ้นมา ทำนองเดียวกับที่ใช้ในพันธุ์เดราห์มาสเตอร์และพันธุ์แบรงกัส โดยเริ่มจากโคพันธุ์กำแพงแสนเพศเมียที่มีลักษณะตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์  ที่ได้รับการจดทะเบียนพันธุ์กำแพงแสน ในลำดับการพัฒนาสายพันธุ์ระดับ D1แล้ว  จากนั้นก็นำไปผสมพันธุ์กับพ่อพันธุ์กำแพงแสนที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ลูกที่ได้จะสามารถจดทะเบียนเป็นลำดับการพัฒนาสายพันธุ์ระดับ D2  เมื่อทำการผสมพันธุ์กันยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงลำดับการพัฒนาสายพันธุ์ระดับ D5   (ตามแผนผัง) ก็ให้ถือเป็นโคกำแพงแสนพันธุ์แท้

โดยสรุป การเลื่อนระดับการพัฒนา(Development) หรือเรียกย่อๆว่่า “D”  คือ D ของลูกจะสูงกว่าพ่อหรือแม่ที่ระดับ D ต่ำกว่า 1 ระดับ  เช่น พ่อ D1 + แม่ D1 = ลูก D2, พ่อ D2 + แม่ D1 = ลูก D2, พ่อ D2 + แม่ D2 = ลูก D3, พ่อ D2 + แม่ D3 = ลูก D3 หรือ พ่อ D4 + แม่ D1 = ลูก D2 เป็นต้น

 zz

ขั้นตอนที่ 3 แผนการพัฒนาสายพันธุ์ โดยการทดสอบสมรรถภาพ Performance test และการทดสอบลูก (Progeny test) เพื่อให้ได้พ่อพันธุ์ที่มีพันธุกรรมที่ดีเด่น (Elite bull) หรือ พ่อที่พิสูจน์คุณภาพแล้ว (Proven sire)

การพัฒนาพันธุกรรมของสัตว์จำเป็นต้องมีการทดสอบและมีการคัดเลือกที่ถูกต้องตามหลักวิชาการซึ่งมีด้วยกันหลายวิธีแต่ละวิธีอาศัยจากการทดสอบที่แตกต่างกันออกเป็นบันทึกของลักษณะสัตว์เอง (Performance record) บันทึกจากญาติพี่น้อง (Relative record) บันทึกของพันธุ์ประวัติ (Pedigree record) บันทึกของการแสดงออกของลักษณะลูก (Progeny record) ฯลฯ สำหรับการทดสอบสมรรถภาพ (Performance test) เป็นการพิจารณาถึงลักษณะที่แสดงออกร่วมกับสภาพแวดล้อมและการจัดการที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยบันทึกของลักษณะตัวสัตว์เองเป็นข้อมูลพื้นฐานในการคัดเลือกสัตว์เพื่อการปรับปรุงพันธุ์  เพื่อให้เกิดความแม่นยำต้องคัดเลือกจากอิทธิพลของพันธุกรรม (Genotype) ถึงจะบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงพันธุ์อย่างรวดเร็วโดยการลดความแตกต่างทางสภาพแวดล้อม ทำการคัดเลือกภายในกลุ่มสัตว์ที่ได้รับอาหาร โรงเรือนและการจัดการเหมือนกัน วัตถุประสงค์ในการทดสอบสมรรถภาพเป็นการประเมินการเจริญเติบโตช่วงหลังหย่านมของพ่อพันธุ์และเป็นการปรับปรุงลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจสำหรับโคเนื้อ

 D5ตัวแรก

โคกำแพงแสน D5 ตัวแรก คลอดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2548

ศ.ปรารถนา พฤกษะศรี  กล่าวไว้ว่าแม้จะมีโคกำแพงแสน D5 ออกมาแล้ว ก็ยังต้องทำให้มีD5 มากขึ้นเรื่อยๆและเป็น D5 ที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงยิ่งๆขึ้นเช่นเดียวกับการพัฒนาพันธุ์แบรงกัส ที่ถึงแม้เขาจะได้โคD5มาหลายสิบปีแล้ว เขาก็ยังทำโค D1 D2 ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้มีประชาการ โคD5 ที่หลากหลายมากขึ้น การพัฒนาและการคัดเลือกสายพันธุ์จึงต้องทำต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด โคกำแพงแสนก็ต้องทำเช่นเดียวกัน

 

มาตรฐานความเป็นเลิศของโคพันธุ์กำแพงแสน

ในการสร้างและพัฒนาโคพันธุ์ต่างๆที่มีอยู่ในโลกนั้น ในระยะแรกๆ คุณลักษณะของโคพันธุ์นั้นๆ อาจจะยังไม่ดีนัก แต่ได้มีการตั้งคุณลักษณะของโคในอุดมคติที่ต้องการเอาไว้ แล้วพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้โคที่มีคุณลักษณะตรงตามที่ตั้งไว้ โคที่สมาคมจะจดทะเบียนรับรองพันธุ์ได้ก็ต้องมีลักษณะตรงกับลักษณะในอุดมคติดังกล่าวนี้

ในการคัดเลือกโคไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์และในการประกวดโคก็จะอิงลักษณะและคุณสมบัติที่ตั้งไว้นี้เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน ลักษณะในอุดมคติดังกล่าวนี้เรียกกันตามหลักสากลว่า มาตรฐานความเป็นเลิศ (Standard of Excellence)

สำหรับมาตรฐานความเป็นเลิศของโคพันธุ์กำแพงแสน ได้มีการกำหนดและปรับปรุงครั้งสุดท้ายในที่ประชุมกรรมการบริหารสมาคมโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสนเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2552 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ตารางแสดงมาตรฐานความเป็นเลิศของโคพันธุ์กำแพงแสน

(Standard of Excellence for Kamphaengsaen Beef Breed)

  ลักษณะที่ต้องการ พอยอมรับได้ ยอมรับไม่ได้
ระดับ สายเลือด พื้นเมือง25%บราห์มัน25%ชาโรเลส์50 แตกต่างจากนี้เล็กน้อย ไม่มีเลือดพื้นเมืองเลย หรือมี เลือดชาโรเลส์เกิน50%หรือมี อาการหอบ
สี ขาว-ครีม-เหลืองทอง เฉพาะเพศเมียอนุโลมให้สี แดง-น้ำตาล-น้ำตาลไหม้ มีด่างขาวหรือจุดประประเล็กน้อย ดำหรือด่างมาก หรือสีอื่นๆ
หัว ไม่มีเขา (poll,dehorned) จมูกและริมฝีปากกว้าง   หัวยาวแคบขากรรไกรหดสั้น(ปากนกแก้ว) จมูกบิด
ขนาด หรือโครงร่าง น้ำหนักขั้นต่ำตัวผู้โตเต็มวัย 750 กก  ตัวเมียโตเต็มวัย 450 กก. เบากว่ามาตรฐานเล็กน้อยถ้าแปลงหญ้าไม่สมบูรณ์ โครงร่างเล็กเกินไป
รูปทรงลำตัว ลำตัวยาว กระดูกซี่โครงกางพอสมควร แนวสันหลังตรงแข็งแรง ลำตัวลึกพอควร   ลำตัวสั้น หรือแคบเกินไป หรือท้องคอดกิ่วเหมือนท้องม้า ก้นกระดกขึ้น
การให้เนื้อ กล้ามเนื้อมาก มีไขมันหุ้มเพียงบาง ๆ สะโพกหนาและลึก สันหลังกว้าง

 

กล้ามเนื้อไม่มากนักในกรณีที่ให้นมมาก

 

ไขมันมากเกินไป
กระดูก

 

 ขนาดปานกลาง  ขนาดค่อนข้างเล็กหรือใหญ่ ขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป
ขนและหนัง ขนสั้น นุ่ม และเป็นมัน, หนังหยุ่นและหลวม พอควร   ขนยาว หนังหลวม

หรือตึเกินไปง

ขา ยาวพอสมควร แข็งแรงมั่นคง เดินกระฉับกระเฉง ข้อเท้าสั้นและแข็งแรง   ขายาวหรือสั้นเกินไป เดินไปกติ, ข้อเท้าอ่อนแอ ส่วนเข่โค้งหรือตรงเกินไป
ลูกอัณฑะ มี 2 ลูกขนาดเท่ากันและห้อยยานพอเหมาะพอควรเท่า ๆ กัน ลูกอัณฑะ2ลูกห้อยออกมาแต่ไม่เห็นขั้วอัณฑะ ไม่เห็นลูกอัณฑะห้อยออกมหรือห้อยออกมาเพียงลูกเดียว
เต้านม พัฒนาดี มีหัวนมขนาดปานกลางและอยู่ในตำแหน่งกระจายอย่างสม่ำเสมอ    
ลูกอัณฑะ มี2ลูกขนาดเท่ากันและห้อยยานพอเหมาะพอควรเท่าๆกัน ลูกอัณฑะ2ลูกห้อยออกมาแต่ไม่เห็นขั้วอัณฑะ ไม่เห็นลูกอัณฑะ2ลูกห้อยออกมาหรือเห็นห้อยออกมาเพียงลูกเดียว
ใต้ท้อง หนังหุ้มลึงค์ หรือสะดือห้อยยานไม่มากนัก   หนังหุ้มลึงค์ หรือสะดือห้อยยานเกินไป
อารมณ์ เชื่อง แต่สดชื่นร่าเริง   ดุ เปรียว

โคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน เป็นโคเนื้อสายพันธุ์เดียวในประเทศไทยที่มีการพัฒนาขึ้นมาจาก พันธุ์พื้นเมืองไทย 25 %  พันธุ์บราห์มันของอินเดีย 25%  และพันธุ์ชาโรเลส์จากยุโรป 50%  ให้มีลักษณะเฉพาะตัวเอง คือมีสีขาวครีมเหลืองทั้งตัวดูงามสง่า เป็นโคที่มีส่วนผสมผสานคุณสมบัติด้านดีของแต่ละสายพันธุ์เข้าด้วยกัน คือ พื้นเมืองมีคุณลักษณะเด่นคุ้นเคยและทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี สายพันธุ์อินเดียมีข้อเด่นที่มีโครงสร้างร่างกายสูงใหญ่แข็งแรง ส่วนพันธุ์ชาโรเลส์ จะสร้างเนื้อมากคุณภาพดีโตไวในสภาพการเลี้ยงเพื่อขุนโคเนื้อ