กังหันลมพลังงานทดแทนสู่อนาคต

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=l-DeFZ_dUcc[/youtube]

บทวิทยุ รายการ  “จากแฟ้มงานวิจัย มก.”

ออกอากาศวันเสาร์ ที่ 2 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เรื่อง  กังหันลมพลังงานทดแทนสู่อนาคต

บทวิทยุโดย  วิทวัส ยุทธโกศา

 

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

-เพลงประจำรายการ-

สวัสดีครับ คุณผู้ฟังทุกท่านครับ พบกันอีกครั้งกับรายการ “จากแฟ้มงานวิจัย มก.”  ซึ่งออกอากาศเป็นประจำทุกวันเสาร์ ทางสถานีวิทยุ มก. แห่งนี้ครับ รายการนี้ผลิตโดย        ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รายการของเราเป็นรายการที่จะนำเสนอเรื่องราวผลงานวิจัยดีๆของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อให้คุณผู้ฟังได้นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันหรือเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง โดยมีกระผม…………………..เป็นผู้ดำเนินรายการครับ

คุณผู้ฟังครับ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์น้ำมันของโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ตื่นตัวและมีความพยายามอย่างจริงจัง ในการเสาะแสวงหาแหล่งพลังงานทดแทนรูปแบบอื่นๆ เพื่อนำมาใช้ทดแทนน้ำมันที่นับวันจะยิ่งมีปริมาณลดน้อยลงไปเรื่อยๆ อีกทั้งปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นมากภายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็นปัญหาที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจหาทางแก้ไขอยู่ทุกวันนี้ ทุกวันนี้การผลิตพลังงานในโลกเรายังคงอาศัยเชื้อเพลิงธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ จึงมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นทุกวันและไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไปครับ

พลังงานทดแทน หมายถึง พลังงานใดๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทดแทนพลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทนสามารถแบ่งได้อย่างกว้างๆ ตามช่วงเวลาในการใช้ได้เป็น 2 ประเภท คือ 1)พลังงานทดแทนที่ใช้แล้วหมดไป หรือเรียกว่าพลังงานสิ้นเปลือง ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ธรรมชาติ หินน้ำมัน เป็นต้น พลังงานสิ้นเปลืองเป็นพลังงานที่มีอยู่ในปริมาณจำกัด หากนำมาใช้งานเรื่อยๆ ก็จะหมดสิ้นไปในที่สุดครับ

พลังงานอีกประเภทหนึ่งก็คือ พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นพลังงานที่มีอยู่ไม่จำกัดและใช้แล้วไม่หมดไป หรือสามารถหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนใหญ่พลังงานหมุนเวียนจะเป็นพลังงานที่เกิดจากธรรมชาติ ได้แก่ แสงอาทิตย์ ลม น้ำ ชีวมวล และไฮโดรเจน เป็นต้น พลังงานหมุนเวียนยังเป็นพลังงานที่สะอาด  ส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าพลังงานในรูปแบบอื่น และเป็นแหล่งพลังงานที่มีอยู่ในท้องถิ่น

พลังงานทดแทนรูปแบบต่างๆ ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์และวิศวกรทั่วโลก ให้ความสนใจทำการศึกษาและวิจัยกันมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานขยะ พลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ไบโอดีเซล เอทานอล เป็นต้น สำหรับวันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องของพลังงานลมกันครับ ดร.ชนินทร์ ตรงจิตภักดี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ตอน กังหันลมเพื่อพลังงานทดแทนไว้ว่า พลังงานลมเป็นพลังงานหมุนเวียนรูปแบบหนึ่งที่สะอาด ปราศจากก๊าซเรือนกระจก ไม่มีค่าต้นทุนของเชื้อเพลิง และยังมีศักยภาพในการพัฒนาทั้งทางด้านเทคโนโลยี และด้านธุรกิจการผลิตพลังงานในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้ของประเทศไทย และกังหันลม ซึ่งเป็นเครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่ใช้เปลี่ยนพลังงานลมให้เป็นพลังงานกล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในงานด้านอื่นต่อไปทั้งทางตรงและทางอ้อมครับ

-เพลงคั่นรายการ-

 

คุณผู้ฟังครับ ลม เกิดมาจากอะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร ลมเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่มีผลโดยตรงมาจากพลังงานแสงอาทิตย์และการหมุนรอบตัวเองของโลก กล่าวคือ พลังงานแสงอาทิตย์ที่มาตกกระทบโลก จะก่อให้เกิดความแตกต่างทางอุณหภูมิ และความดันของชั้นบรรยากาศในส่วนต่างๆ ของโลก อากาศในบริเวณที่แสงอาทิตย์ตกกระทบได้มาก เช่น บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร จะมีขนาดอุณหภูมิมากกว่าอากาศในบริเวณขั้วโลก ซึ่งแสงอาทิตย์จะตกกระทบได้น้อยกว่า อากาศที่ร้อนกว่าบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร จะลอยตัวสูงขึ้นไปและเคลื่อนกระจายไปยังบริเวณที่มีอากาศเย็นกว่าใกล้ขั้วโลกเหนือและใต้ และเมื่ออากาศเย็นตัวลง ก็จะลอยต่ำลงมาและเคลื่อนกลับมายังบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตร เป็นวงจรลักษณะอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แรงจากการหมุนรอบตัวเองของโลกก็จะช่วยให้อากาศเกิดการเคลื่อนที่สัมพัทธ์ตามการหมุนไปด้วย

การเคลื่อนที่โดยรวมของอากาศนี้เองที่ทำให้เกิดลม และจากการที่ลมนั้นมีความเร็วในการเคลื่อนที่ ทำให้ลมมีพลังงานจลน์สะสมอยู่ในตัว พลังงานจลน์นี้เองที่เราเข้าใจโดยทั่วไปว่าเป็นพลังงานลม ซึ่งจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปแบบอื่นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

คุณผู้ฟังทราบไหมครับว่า ทำไมเราจึงสนใจพลังงานลม จากการที่พลังงานลมเกิดจากอิทธิพลของแสงอาทิตย์และการหมุนรอบตัวเองของโลก จะเห็นได้ว่าพลังงานลมเป็นพลังงานที่สะอาดที่สุดพลังงานหนึ่งจากธรรมชาติที่ได้มาเปล่าๆ และไม่มีวันหมด ปัจจุบันเรานำพลังงานลมมาใช้เพียง 1-2 % ของที่มีอยู่เท่านั้น ซึ่งพลังงานลมนั้นมีปริมาณมากกว่าพลังงานชีวมวลที่ได้จากปริมาณของพืชทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกนี้ประมาณ 50-100 เท่า กล่าวคือ พลังงานลมถือได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานทดแทนขนาดใหญ่แหล่งหนึ่ง ที่รอให้มนุษย์เรานำมาใช้งานได้อย่างเต็มที่

ในส่วนของประเทศไทยนั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาให้ศึกษาศักยภาพของพลังงานหมุนเวียน พบว่าประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทั้งหมดประมาณ 1,600 เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมติดตั้งทั้งหมดอยู่เพียงแค่ 0.2 เมกะวัตต์เท่านั้น และจากการศึกษาในแง่ของการลงทุนพบว่า การลงทุนพลังงานลม 1 เมกะวัตต์ จะให้ผลตอบแทนเกือบ 10 ล้านบาทต่อปี และสามารถคืนทุนได้ภายใน 5 ปี กล่าวคือประเทศไทยยังมีศักยภาพการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมและการลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานลมนี้

 

-เพลงคั่นรายการ-

 

คุณผู้ฟังครับ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนั้นไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ เพราะไม่มีการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง จึงไม่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และไม่มีส่วนในการทำให้เกิดวิกฤตโลกร้อนอีกด้วย นอกจากนี้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมยังมีประโยชน์โดยรวมต่อทางสังคมและต่อทางเศรษฐกิจอีกด้วย ได้แก่ การลดการนำเข้าน้ำมัน การทดแทนการผลิตไฟฟ้าในช่วงความต้องการสูงสุด ลดการสูญเสียในระบบสายส่งไฟฟ้า และเพิ่มการสร้างงานและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ตั้งแต่การวางแผนและก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม รวมไปถึงระบบการดำเนินการต่างๆ และการซ่อมบำรุงของโรงงานไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 9.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ต่อปี

ข้อเสียของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนั้นก็มีบ้างครับ คือ ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยพลังงานที่มีค่าสูงกว่าการผลิตไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานทดแทนอื่น ซึ่งจะมีค่าลดลงในกรณีที่ใช้กังหันลมขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ดีในกรณีที่ใช้กังหันลมขนาดใหญ่ ใบพัดกังหันลมขณะหมุนทำงานอาจก่อให้เกิดเสียงดังรบกวน แต่ก็สามารถลดลงได้ด้วยการออกแบบรูปทรงใบพัดกังหันลมที่เหมาะสม โดยอาศัยความรู้ทางด้านวิศวกรรม และเงาของใบพัดที่พาดผ่านที่อยู่อาศัย รวมทั้งการรบกวนคลื่นวิทยุและคลื่นโทรทัศน์ สามารถสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่อาศัยบริเวณนั้นได้ ส่วนผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาและการบดบังทัศนียภาพของพื้นที่ในส่วนต่างๆ จะต้องถูกพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนการติดตั้งกังหันลมด้วย

คุณผู้ฟังครับ กังหันลม เป็นเครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับพลังงานจลน์ จากการเคลื่อนที่ของลมให้เป็นพลังงานกลได้ จากนั้นนำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์โดยตรง เช่น การบดสีเมล็ดพืช การสูบน้ำ หรือในปัจจุบันใช้ผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า การใช้ประโยชน์จากพลังงานลมในรูปแบบของกังหันลม เริ่มมาตั้งแต่ 1700 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีการพัฒนาใช้ประโยชน์กังหันลมแบบแกนตั้งในแคว้นเมโสโปเตเมีย และในประเทศจีน ต่อมาราว 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปต์ได้เริ่มพัฒนากังหันลมแบบแกนนอน และมีการพัฒนาต่อเนื่องแพร่หลายเข้าไปในทวีปยุโรปในราวศตวรรษที่ 7 การใช้ประโยชน์ในระยะแรก ๆ นี้เป็นการประยุกต์ใช้งานกลเป็นส่วนใหญ่ การพัฒนาใช้ประโยชน์ในลักษณะกังหันลมผลิตไฟฟ้าเพิ่งจะขยายตัวในระหว่างปี ค.ศ.1930-1960 การค้นพบและการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากน้ำมัน ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้สะดวกและราคาถูก ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาด้านพลังงานลมอย่างสูง กล่าวคือการพัฒนากังหันลมลดน้อยลงทั่วทุกภูมิภาคของโลกในช่วงที่น้ำมันราคายังต่ำอยู่ แต่หลังจากวิกฤติการณ์น้ำมันของโลกในปี พ.ศ.2516 ศูนย์วิจัยหลายแห่งทั่วโลกได้หันมาเร่งพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลังงานธรรมชาติ ซึ่งก็รวมทั้งการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมด้วย

 

-เพลงคั่นรายการ-

 

คุณผู้ฟังครับ สำหรับประเภทของกังหันลมนั้น กองพัฒนาพลังงานทดแทน ฝ่ายพัฒนาและแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้กล่าวไว้ว่ากังหันลมอาจแบ่งประเภทของการจำแนกชนิดออกเป็น 2 วิธี คือจำแนกตามลักษณะการวางตัวของแกนหมุน คือแบบแกนนอน หรือแกนตั้ง  และจำแนกตามลักษณะของแรงขับที่กระแสลมกระทำต่อใบกังหัน คือ การขับด้วยแรงยกและการขับด้วยแรงฉุด หรือแรงหน่วงครับ

โดยทั่วไปแล้วส่วนประกอบสำคัญ ๆ ของระบบกังหันลมทั่ว ๆ ไปอาจแบ่งได้ดังนี้

1.ใบกังหัน ใบกังหันนับว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดซึ่งเป็นตัวทำให้เกิดพลังงานกลที่เพลาของกังหัน จำนวนใบกังหันอาจมีตั้งแต่หนึ่งถึงหลายสิบใบ กังหันลมที่มีจำนวนใบมากส่วนใหญ่จะใช้กับงานที่ต้องการแรงบิดสูง ในทางตรงข้ามกังหันที่มีจำนวนใบน้อยส่วนใหญ่ใช้กับงานที่ต้องการความเร็วรอบสูง เช่น การผลิตไฟฟ้า รูปหน้าตัดของใบกังหันอาจมีตั้งแต่ลักษณะแพนอากาศ หรือลักษณะคล้ายปีกเครื่องบิน เป็นแผ่นโค้งและเป็นแผ่นราบตรง วัสดุที่ใช้ทำใบกังหันควรจะเป็นวัสดุเบาและแข็งแรงซึ่งอาจเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์ แผ่นเหล็ก ไม้ และไฟเบอร์กลาส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความต้องการของผู้ออกแบบ

2. ระบบควบคุม ระบบควบคุมในชุดกังหันลมส่วนใหญ่จะมี 2 ชนิด โดยเฉพาะแบบแกนนอน คือควบคุมให้ตัวกังหันหันหน้าเข้าหาทิศทางลมตลอดเวลา และควบคุมเพื่อป้องกันการเสียหายเนื่องจากความเร็วลมแรงจัด ๆ ระบบควบคุมให้กังหันหน้าที่เข้าหาทิศทางลม ส่วนมากระบบนี้จะใช้ระบบหางเสือ โดยเฉพาะกังหันลมชนิดเล็กเพราะระบบนี้เป็นแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนมาก ส่วนระบบควบคุมเพื่อป้องกันการเสียหายเนื่องจากความเร็วลมแรงจัด ๆ ปกติเมื่อลมพัดแรงจัด ๆ จะมีแรงกระทำกับใบกังหันอย่างมาก ดังนั้นการออกแบบจะออกแบบระบบควบคุมให้ทำงานที่ความเร็วสูงสุดที่กังหันจะรับได้ค่าหนึ่ง การควบคุมจะมีลักษณะการทำงานอยู่ 2 แบบคือ ทำให้กังหันลมหันหน้าเหจากกระแสลมโดยการหันไปข้าง ๆ หรือหันเงยหน้าขึ้น หรือทำให้ใบกังหันหุบตัวเพื่อให้มีพื้นที่ของกังหันที่รับกระแสลมน้อยลง และการทำให้เกิดการหน่วงต่อการหมุนของกังหันลม ซึ่งอาจทำได้โดยการปิดมุมของใบกังหันให้เกิดการหน่วงมากกว่าการขับ หรือเพิ่มชิ้นส่วนที่ทำให้เกิดแรงหน่วงขึ้นอย่างสูงเมื่อความเร็วถึงจุดที่กำหนดไว้

3. ระบบส่งกำลัง การส่งกำลังจากตัวกังหันเพื่อไปใช้งานอาจต่อกับเพลาได้โดยตรง หรือผ่านระบบส่งกำลัง เช่น เฟือง สายพาน และไฮดรอลิคส์ ซึ่งจะมีการทดรอบให้สอดคล้องกันระหว่างความเร็วรอบของแกนของกังหันกับการใช้งาน เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

4. หอคอย หอคอยทำหน้าที่ยึดตัวกังหันลมให้อยู่ในระดับสูง เพื่อรับกระแสลมได้มากขึ้นทุกทิศทาง หอคอยอาจเป็นท่อตรงที่มีสายยึดหรืออาจเป็นโครงสร้างเหล็ก (หรือไม้) ที่สามารถรับน้ำหนักและการสั่นสะเทือนเนื่องจากตัวกังหันได้

-เพลงคั่นรายการ-

 

คุณผู้ฟังครับ และเนื่องจากความไม่สม่ำเสมอของความเร็วลมที่แปรผันตามธรรมชาติ และความต้องการพลังงานที่สม่ำเสมอให้เหมาะสมกับการใช้งานแล้ว จะต้องมีตัวกักเก็บพลังงานและใช้แหล่งพลังงานอื่นที่เชื่อถือได้เป็นแหล่งสำรองหรือใช้ร่วมกับแหล่งพลังงานอื่นครับ เช่น

 ตัวกักเก็บพลังงานมีอยู่หลายชนิด ส่วนมากขึ้นอยู่กับงานที่จะใช้ เช่น ถ้าเป็นกังหันเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมักนิยมใช้แบตเตอรี่เป็นตัวกักเก็บ การสูบน้ำไปกักเก็บไว้ในลักษณะของพลังงานศักย์และการเก็บในรูปของพลังงานกล

การใช้แหล่งพลังงานอื่นที่เป็นตัวหมุน ระบบนี้ปกติกังหันลมจะทำหน้าที่จ่ายพลังงานให้ตลอดเวลาที่มีความเร็วลมเพียงพอ หากความเร็วลมต่ำหรือลมสงบ แหล่งพลังงานชนิดอื่นจะทำหน้าที่จ่ายพลังงานทดแทน

 การใช้ร่วมกับแหล่งพลังงานอื่น ระบบนี้ปกติมีแหล่งพลังงานชนิดอื่นจ่ายพลังงานอยู่แล้ว กังหันลมจะจ่ายพลังงานเมื่อมีความเร็วลมเพียงพอซึ่งในขณะเดียวกันก็ลดการจ่ายพลังงานจากแหล่งอื่น ระบบนี้ต่างกับระบบที่กล่าวถึงในข้อ ข. ตรงที่ว่า ข้อ ข. กังหันลมจ่ายพลังงานเป็นตัวหลักและแหล่งพลังงานส่วนอื่นเป็นแหล่งสำรอง แต่ในระบบข้อ ค. นี้ แหล่งพลังงานอื่นจ่ายพลังงานเป็นหลัก ส่วนกังหันลมทำหน้าที่เสริมพลังงานของต้นพลังงานหลัก พลังงานอย่างอื่นที่กล่าวถึงนี้อาจเป็นเครื่องจักรดีเซล หรือพลังงานน้ำจากเขื่อนครับ

สำหรับการใช้กังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศไทยนั้น ดร.ชนินทร์ กล่าวว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 -2535 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ติดตั้งกังหันลมขนาดเล็กเพื่อทดสอบการผลิตไฟฟ้าที่สถานีพลังงานทดแทนพรหมเทพ เป็นจำนวนรวม 4 ชุด เป็นกังหันลมขนาด 850 วัตต์ 1 กิโลวัตต์ 2 กิโลวัตต์ และ 18.5 กิโลวัตต์ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ในสถานีทดลอง และในเดือนสิงหาคม 2533 ได้เริ่มมีการนำไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมชุด 18.5 กิโลวัตต์ เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่สามารถนำไฟฟ้าจากพลังงานลมมาใช้งานในระดับท้องถิ่น จากนั้นในเดือนมีนาคม 2533 ได้ทำการดัดแปลงขนาดและระดับความดันไฟฟ้าจากกังหันลม 3 ชุดที่เหลือ ให้สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ ต่อมาได้ทำการติดตั้งกังหันลมขนาดกำลังผลิต 10 กิโลวัตต์อีก 2 ชุด และสามารถเชื่อมโยงเข้าระบบสายส่งได้เมื่อเดือนตุลาคม 2536

ในปี 2539 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ทำการติดตั้งกังหันลมขนาดกำลังผลิต 150 กิโลวัตต์ ซึ่งปัจจุบันยังถือว่ากังหันลมชุดนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งมาในประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ได้มีการยกเลิกการใช้งานกังหันลมขนาดเล็กที่ชำรุดเสียหาย และต้องซ่อมบำรุงบ่อยครั้ง ทำให้มีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานรวมทั้งหมด 170 กิโลวัตต์

คุณผู้ฟังครับ และในปี 2551 นี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิต 750 กิโลวัตต์เพิ่มขึ้น อีก 3 ชุด ที่บริเวณใกล้กับสถานีพลังงานทดแทนพรหมเทพนี้ ซึ่งทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มขึ้นเป็น 2.42 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 6-7 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และกังหันลมชุดใหม่นี้จะกลายเป็นกังหันลมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยต่อไป

ในส่วนภาคเอกชนนั้น ปัจจุบันมีหลายบริษัทให้ความสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจด้านพลังงานลม โดยจะร่วมลงทุนดำเนินการโครงการในพื้นที่แนวชายฝั่งจากแหลมตะลุมพุก               จ.นครศรีธรรมราช ไปจนถึง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร สามารถติดตั้งกังหันลมประมาณ 400 ตัว กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 400-800 เมกะวัตต์ และอาจขยายได้ถึง 3,000 เมกะวัตต์ในปี 2533

คุณผู้ฟังครับ พลังงานลมเป็นพลังงานที่สะอาด ใช้ไม่มีวันหมดและปราศจากมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งของการใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนพลังงานและภาวะโลกร้อน ประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมมานานแล้ว เดิมส่วนใหญ่เป็นการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตร อย่างไรก็ตามการใช้พลังงานลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น และการพัฒนาเทคโนโลยีกังหันลมและการลงทุนด้านพลังงานลม ก็ยังคงได้รับความสนใจและได้รับการส่งเสริมจากทางภาครัฐและเอกชนในการดำเนินการต่อไปครับ

หากคุณผู้ฟังมีข้อแนะนำติชมรายการหรือจะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเขียนจดหมายมายัง  “รายการจากแฟ้มงานวิจัย มก.” ตู้  ปณ. 1077 ปทฝ. เกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ 10903 หรือ โทรสอบถามได้ที่  0-2561-1474 สำหรับวันนี้รายการจากแฟ้มงานวิจัย มก. ได้หมดเวลาลงแล้วครับ  แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า  สำหรับวันนี้ ลาไปก่อน สวัสดีครับ…….