ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ผสมเปิด สุวรรณ 5

9suwan 5 (s) c3  10-Suwan5(S)C3

ข้าวโพดพันธุ์สุวรรณ 5 เป็นข้าวโพดพันธุ์แรกของประเทศไทยที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาขึ้นมาเพื่อแนะนำให้เกษตรกรใช้ในการเลี้ยงโคนมในรูปข้าวโพดหมักซึ่งเป็นอาหารหยาบที่มีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นการช่วยลดต้นทุนในการเลี้ยงโคนม โดยลดปริมาณการใช้อาหารข้นที่มีราคาแพง นอกจากนี้ พันธุ์สุวรรณ 5 ยังเป็นพันธุ์ผสมเปิดที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูงสุดในกลุ่มพันธุ์ผสมเปิดที่ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปลูก

ประวัติการพัฒนาพันธุ์

โครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีพันธุ์ผสมเปิด (open-pollinated varieties) ที่ดีเด่นหลายพันธุ์ที่มีผลผลิต และลักษณะทางพืชไร่อื่น ๆ ใกล้เคียงกับพันธุ์สุวรรณ 1 และได้ปรับปรุงพันธุ์โดยวิธีการคัดเลือกแบบหมุนเวียน (recurrent selection) ในแต่ละพันธุ์มาหลายรอบ  ดังนั้น เมื่อพิจารณาฐานทางพันธุกรรม (genetic background) ของพันธุ์เหล่านี้ พบว่ามีความสัมพันธ์กันสูง ซึ่งจะทำให้พันธุ์เหล่านี้มีความแตกต่างทางพันธุกรรม (genetic diversity) ระหว่างพันธุ์น้อย แต่เนื่องจากได้ใช้วิธีการคัดเลือกแบบหมุนเวียนมาหลายรอบ พันธุ์เหล่านี้จึงสะสมความถี่ของยีนที่ดีไว้สูง (high frequency of desirable genes) และควรจะมีความแตกต่างของ allele ของยีนในระหว่างพันธุ์เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น หากได้ทำการผสมรวมสายพันธุ์ที่มีสมรรถนะการรวมตัวที่ดีก็จะทำให้พันธุ์ใหม่ที่เกิดขึ้นมีความแปรปรวนเพิ่มขึ้น และควรจะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวโพด ยังได้นำพันธุ์ดีของศูนย์ปรับปรุงข้าวโพดและข้าวสาลีนานาชาติ (CIMMYT) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีฐานพันธุกรรมกว้าง และมีความแตกต่างทางพันธุกรรมจากพันธุ์ที่มีอยู่ในโครงการพอสมควร นำเข้ามาผสมรวมในพันธุ์ที่จะสร้างขึ้นใหม่นี้ด้วย

วิธีการคัดเลือกสายพันธุ์พ่อแม่ของพันธุ์ KS 5

             พันธุ์ผสมเปิดที่ดีเด่น เพื่อใช้ในการสร้างพันธุ์ KS 5 มีจำนวน 5 พันธุ์ ได้แก่

            1. Suwan 1(S)C9   

            2. Caripeno DMR(S)C5

            3. Thai Composite # 3 DMR(S)C5 (M)C1

            4.  Cupurico Flint Composite DMR(F)C4 (S)C2

            5. Amarillo Dentado (F)C5

พ.ศ.2526 ในช่วงต้นฤดูฝน สร้างลูก full-sib ระหว่างพันธุ์ดังกล่าวอย่างละเท่ากัน รวมทั้งหมด 600 สายพันธุ์ และทำการทดสอบสายพันธุ์ในปลายฤดูฝน   คัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีเพื่อใช้ในการสร้างพันธุ์ KS 5 มีจำนวน 70 สายพันธุ์ โดยสัดส่วนของเชื้อพันธุกรรมของพันธุ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้างพันธุ์ KS 5 โดยประมาณ มีดังนี้

           1) Suwan 1(S)C9                                             32 %

           2) Caripeno DMR (S)C5                                    22 %

           3) Cupurico Flint Composite DMR (F)C4 (S)C2       17 %

           4) Thai Composite # 3 DMR (S)C5 (M)C1            15 %

           5) Amarillo Dentado (F)C5                                 14 %

ลักษณะประจำพันธุ์

                1.    ให้ผลผลิตเมล็ดสูงและสามารถปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมทั่วไป จากผลการทดสอบพันธุ์ในแหล่งปลูกข้าวโพดต่าง ๆ เป็นเวลา 8 ปี (พ.ศ. 2526-2535) พบว่า พันธุ์ KS 5 ให้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ในช่วง 907-945 กก./ไร่ สูงกว่าพันธุ์สุวรรณ 1 (7%), สุวรรณ 3 (4%), นครสวรรค์ 1 (16%) และลูกผสมสามทางพันธุ์สุวรรณ 3101 (-6%) จากจำนวน 141 (8), 125 (6), 60 (3), 113 (5) การทดลอง (ปี) ตามลำดับ  เป็นพันธุ์ที่ต้านทานโรคราน้ำค้างและโรคราสนิมได้ดี อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 110-120 วัน ลำต้นสูงและใหญ่ ความสูงต้นประมาณ 2.10-2.40 เมตร ระบบรากและลำต้นแข็งแรง ใบสีเขียวเข้ม ฝักยาวและขนาดใหญ่สม่ำเสมอ เมล็ดมีสีส้มเหลืองชนิดหัวแข็งถึงกึ่งหัวแข็ง

                2.    ให้ผลผลิตน้ำหนักต้นสดและน้ำหนักแห้งสูงเหมาะในการทำเป็นพืชอาหารสัตว์

ผู้พัฒนาพันธุ์ : ดร.สรรเสริญ จำปาทอง   ศ.ดร.ชำนาญ ฉัตรแก้ว และ ดร.โชคชัย เอกทัศนาวรรณ

หน่วยงาน :  ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติและ  ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การถ่ายทอดสู่เกษตรกรและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

ข้าวโพดพันธุ์สุวรรณ 5 ได้รับการรับรองพันธุ์โดยมหาวิทยาลัยในเกษตรศาสตร์ในปี พ.ศ. 2536 โดยแนะนำให้เกษตรกรปลูกเพื่อจำหน่ายเมล็ด (grain) และปลูกทำเป็นพืชอาหารสัตว์ ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติผลิตเมล็ดพันธุ์จำหน่ายปีละประมาณ 100 ตัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรจนถึงปัจจุบันนอกจากนี้ ยังได้มีการนำพันธุ์สุวรรณ 5 ไปใช้เป็นเชื้อพันธุกรรมในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมในโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดทั้งของภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ

Leave a Reply

Your email address will not be published.