การพัฒนาและการจัดการระบบการผลิตหน่อไม้ฝรั่ง
Development and Management of Asparagus Production System
 
ปราโมทย์ สฤษดิ์นิรันดร์ ทัตธน กิจการอาสา และ ฉัตรตรา นารถพินิจ
ภาควิชาพืชสวน  คณะเกษตร กำแพงแสน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โทร. 0-3428-1084

    หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus officinalis Linn.) พืชผักที่อุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม วิตามิน และเป็นแหล่งของกลูตาไธโอน ซึ่งช่วยต้านการเกิดมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีไขมันต่ำอีกด้วย โดยปัจจุบันหน่อไม้ฝรั่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการผลิตและพัฒนาให้มีการขยายตัวในการบริโภคและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเป็นอย่างมาก
    พันธุ์หน่อไม้ฝรั่งที่นิยมปลูกในประเทศไทย คือ
    1) พันธุ์ลูกผสม (hybrid) ได้แก่ พันธุ์ยูซี 157 (UC 157) และพันธุ์บร็อคอิมปรู๊พ (Brock's Improved) ซึ่งมักมีราคาแพงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
    2) พันธุ์ผสมเปิด (open pollination) ได้แก่ พันธุ์ผสมเปิดไทยบร็อคอิมปรู๊พ (Thai Brock's Improved) ในชั่วต่างๆ ซึ่งเกษตรกรเก็บเมล็ดจากต้นพันธุ์บร็อคอิมปรู๊พที่ผสมพันธุ์ตามธรรมชาติมาขยายพันธุ์ ซึ่งควรมีวิธีการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ถูกวิธีคือ ในหน่อไม้ฝรั่งจะพบลักษณะต้นเพศผู้ ต้นเพศเมียที่ติดผลจำนวนมาก และต้นกะเทย ที่มีดอกส่วนใหญ่เป็นดอกเพศผู้ บางดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ติดผลน้อย ขนาดผลเล็กกว่าต้นเพศเมีย ซึ่งการขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดที่เก็บเองในแปลงนั้น ควรเลือกเก็บเมล็ดจากต้นกะเทย ที่ให้หน่อขนาดใหญ่ คุณภาพดี ผลผลิตดี ทนทานต่อโรค แมลงและทนต่อสภาพแวดล้อม เพื่อจะได้ต้นเพศผู้ที่ให้หน่อดก หน่อขนาดใหญ่ และคุณภาพหน่อดี จำนวนมาก

    การเพาะกล้าให้นำผลที่เก็บจากต้นกะเทยมาล้างด้วยน้ำสะอาด เอาเปลือกออก โดยถ้าหากเพาะเมล็ดใหม่จะมีความงอกสูง แต่ถ้าเมล็ดเก็บไว้นานควรกระตุ้นการงอกก่อนนำไปเพาะ เมล็ดจะงอกได้มากขึ้นและลดระยะเวลาในการงอกด้วย การเพาะลงในถุงดำเป็นวิธีที่นิยมปฏิบัติกันมาก เนื่องจากง่ายต่อการย้ายปลูก วัสดุเพาะที่ใช้ ควรเป็นดินสำเร็จรูป หรือดินผสมที่มีในแต่ละพื้นที่ เช่น ปุ๋ยคอก : ทราย : ถ่านแกลบ : ดิน อัตราส่วน 1 :1 : 1 : 1 : 1 หรือ ดินร่วน : ปุ๋ยอินทรีย์ อัตราส่วน 1 : 1 โดยปริมาตร เป็นต้น เมื่อต้นกล้าอายุ 2-3 เดือน จึงย้ายปลูกลงในแปลงปลูกได้ทั้งรูปแบบการยกร่องและแบบไร่
    การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง 1 ครั้ง สามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 3-6 ปี จึงต้องเตรียมแปลง ปรับปรุงโครงสร้างดินให้โปร่งโดยการใส่แกลบ ปุ๋ยอินทรีย์ต่างๆ และไถพรวนดินอย่างดี และตลอดระยะการปลูกควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ไม่ต่ำกว่า 5-10 ตัน/ไร่/ปี และควรมีการจดบันทึกประวัติแปลงอย่างสม่ำเสมอ

    ระยะปลูกที่เหมาะสมในการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง คือ 30-50 x 120 ซม. โดยพิจารณาตามสภาพความสมบูรณ์ของพื้นที่ ซึ่งจะมีความหนาแน่นประชากรอยู่ที่ประมาณ 3,000-4000 ต้น/ไร่ หลังจากย้ายกล้าลงปลูก 4-5 เดือนจะสามารถเก็บผลผลิตได้ ในระหว่างการเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องพูนโคนต้น ทำราวค้ำต้น และไว้ต้นแม่ประมาณ 4-5 ต้นต่อกอ ตัดยอดและแต่งกิ่งแขนงด้านล่างให้ต้นโปร่ง เมื่อต้นแม่เริ่มโทรมหรือเป็นโรคควรถอนออกแล้วไว้ต้นใหม่ทดแทน และช่วงฤดูร้อนหน่ออ่อนควรสวมหมวกพลาสติกแข็งที่ใหม่ สะอาดเพื่อไม่ให้หน่อบานเร็ว มีหน่อตูม


    การให้น้ำนิยมปฏิบัติ 2 รูปแบบ คือ การให้น้ำตามร่อง และการให้น้ำแบบพ่นฝอยหรือสปริงเกอร์ โดยการให้น้ำแบบพ่นฝอยมีต้นทุนของระบบประมาณ 10,000 บาท/ไร่ ซึ่งสูงกว่าการให้น้ำแบบร่อง แต่พบว่าแรงพ่นของน้ำสามารถขับไล่เพลี้ยไฟได้ดีในฤดูร้อน แต่ในการปลูกแบบยกร่องจีนอาจให้น้ำโดยใช้เรือรดน้ำได้
    นอกจากแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยไฟ หนอนเจาะสมอฝ้าย แล้ว ยังมีโรคที่สำคัญคือ โรคลำต้นไหม้ โรคใบเหี่ยวร่วง เป็นต้น ซึ่งการป้องกันกำจัดโรคและแมลงสามารถทำได้โดยการใช้สารเคมีที่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในระบบการผลิตด้วยเกษตรดีที่เหมาะสม (Good Agricultural Practice; GAP) รวมถึงการใช้สารชีวภาพต่างๆ ส่วนการกำจัดวัชพืชนั้นนิยมทำโดยการถอนหรือถากออก
    เมื่อหน่อไม้ฝรั่งเริ่มให้ผลผลิตลดลงและต้นแม่เริ่มโทรม ให้ทำการพักต้นโดยงดเก็บเกี่ยวผลผลิตและตัดแต่งถอนต้นแม่ทิ้งทั้งหมด ปล่อยให้งอกต้นใหม่เป็นระยะเวลา 20-30 วัน จึงเริ่มเก็บเกี่ยวอีกครั้ง ควรทำการเก็บเกี่ยวประมาณ 2 เดือนแล้วพักต้น 1 เดือนสลับกันไป และปรับปรุงดินโดยใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 หรือมีธาตุฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูงในช่วงเก็บเกี่ยว หน่อไม้ฝรั่งจะให้หน่อที่สมบูรณ์ ไม่บานเร็ว ส่วนช่วงพักต้นให้ใส่อินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ หรือปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงร่วมกับแกลบทุกๆ 15 วัน
     การเก็บเกี่ยวหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการบริโภคสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ แบบหน่อเขียว และหน่อขาว หน่อเขียวสามารถเก็บเกี่ยวโดยใช้มือจับโคนหน่อที่โผล่พ้นดินสูงประมาณ 20 ซม. แล้วดึงขึ้นมาในแนวตรงแต่ไม่จับหน่อแรงเกินไป ถ้าดินแข็งหรือหน่อใหญ่ควรคุ้ยดินก่อนเก็บ มักเก็บเกี่ยวช่วงเช้าเวลา 6.00-9.00 น. ส่วนหน่อขาวจะเก็บช่วงเวลา 4.00-7.00 น. และต้องระมัดระวังไม่ให้โดนแสงแดด ซึ่งอาจใช้วัสดุทึบแสง เช่น ถุงพลาสติกสีดำคลุมไว้ เพราะถ้าโดนแสงจะทำให้หน่อเป็นสีเขียวซึ่งถือเป็นลักษณะคุณภาพไม่ดี หน่อขาวสามารถทำการเก็บเกี่ยวโดยวิธีการขุด
    หลังเก็บเกี่ยววางหน่อไม้ฝรั่งในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก ล้างทำความสะอาดโคนหน่อเอาดินออก นำผลผลิตมาเรียงปลายหน่อให้เสมอกัน แล้วตัดส่วนโคนหน่อด้วยมีดคมๆ ให้มีความยาวหน่อ 25 ซม. ล้างทำความสะอาดอีกครั้ง การล้างต้องล้างด้วยน้ำสะอาดและระวังอย่าให้หน่อช้ำน้อยที่สุด แล้วนำมาคัดเกรดตามมาตรฐานที่ทำการรับซื้อ โดยทั่วไปมีข้อกำหนดคือ 1) หน่อตรง ไม่คด หรือแคระแกร็น 2) ปลายหน่อแน่น ไม่บาน (ไม่มีช่อใบโผล่พ้นกาบหุ้ม 3) ความยาวหน่อ 25 ซม. โดยมีส่วนสีเขียวไม่น้อยกว่า 19-25 ซม. 4) หน่อไม้ฝรั่งต้องสะอาด ปราศจากโรคและแมลง 5) ขนาดของหน่อไม้ฝรั่งสม่ำเสมอ


    โดยในระบบการผลิตหน่อไม่ฝรั่งมักอยู่ในรูปกลุ่มเกษตรกร ซึ่งในกลุ่มเกษตรกรและเกษตรกรต้องพึงปฏิบัติและคำนึงถึงสุขลักษณะของแปลงและตัวเกษตรผู้ปฏิบัติงานเอง มีการจดบันทึกการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ มีการใช้ปัจจัยการผลิต สารเคมีตามที่กำหนด ปฏิบัติตามกฎ GAP อย่างเคร่งครัด และสามารถย้อนสอบทวนการปฏิบัติงานดังกล่าวได้ การปฏิบัติดังกล่าวจะส่งผลให้การส่งออกหน่อไม้ฝรั่งมีปริมาณและราคาเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีตลาดรองรับ ยอมรับผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ