การเพิ่มผลผลิตและคุณภาพอ้อยโดยการปรับเปลี่ยนระยะแถวปลูกและอัตราปุ๋ยที่เหมาะสม:
อ้อยปลูกข้ามแล้ง
................................................................................................................................................
สุรเดช จินตกานนท์1,2 ศุภฤกษ์ กลิ่นหวล2 และ ผกาทิพย์ จินตกานนท์ 2
1ศูนย์วิจัยและพัฒนาอัอยและน้ำตาล สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2 ภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


          การศึกษาการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพอ้อยลูกผสมเบอร์
90-2-029 ที่ปลูกในชุดดินยโสธร (Yt: Typic Paleustults)
ในพื้นที่เกษตรน้ำฝนของเกษตรกร อ.พิมาย จ. นครราชสีมา
โดยปลูกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2543 และเก็บเกี่ยวในเดือน
พฤศจิกายน 2544 มีการวางแผนการทดลองแบบ split plot in
randomized
complete block มีระยะแถวปลูก 3 ระยะ ได้แก่
24, 48 และ 67 แถว/ไร่ เป็น main plot และมีอัตราปุ๋ยในโตร-
เจน 3 อัตราได้แก่ 8, 20 และ 50 กก N/ไร่ เป็น subplot
แปลงย่อยทุกแปลงจะได้รับปุ๋ยฟอสฟอรัส และปุ๋ยโพแทสเซียม
ในอัตราเดียวกันคือ 10 กก P2O5/ไร่ และ 20 กก K2O/ไร่
ตามลำดับ โดยปุ๋ยฟอสเฟตใช้เป็นปุ๋ยรองพื้น ส่วนปุ๋ยไนโตรเจน
และโพแทสเซียมใช้เป็นปุ๋ยแต่งหน้า โดยแบ่งใส่ 1/3 ของทั้งหมด
เมื่ออ้อยอายุ 4 เดือน และที่เหลืออีก 2/3 ของทั้งหมดใส่เมื่ออ้อย
อายุ 6 เดือน ทำการทดลองจำนวน 4 ซ้ำด้วยกัน
         ผลการทดลองปรากฎว่าระยะปลูกแถวชิด (67 แถว/ไร่) ให้ผลผลิต
อ้อยสูงที่สุดคือ 21.8 ตัน/ไร่ สูงกว่าการปลูกระยะแถวมาตรฐาน (24 แถว
/ไร่) ถึง 35.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่จำนวน
ลำอ้อยต่อไร่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง สำหรับอัตราปุ๋ย พบว่าการใช้ไน-
โตรเจนอัตรา 20 กก N/ไร่ และ 50 กก N/ไร่ ให้ผลผลิตใกล้เคียงกัน และสูง
กว่าการใส่ในอัตรา 8 กก N /ไร่ ประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ สำหรับระยะแถว
ปลูกและอัตราปุ๋ยไม่มีผลต่อคุณภาพของอ้อยแต่อย่างใด ดังนั้นผลผลิตน้ำตาล
ต่อไร่ที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นผลเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตอ้อยเป็นสำคัญ

วิธีวิจัย  วางแผนการทดลองแบบ split plot in randomized complete block ที่มี 4 ซ้ำ โดยมีระยะแถวปลูกเป็น main plot ดังแสดงในภาพที่ 1



ภาพที่ 1
ระยะแถวปลูกใน main plot

       สำหรับ subplot เป็นอัตราของไนโตรเจน 3 อัตราคือ
8, 20 และ 50 กก N/ไร่ แต่ละแปลงย่อยซึ่งมีขนาด 6.6x10
ตารางเมตร จะได้รับปุ๋ยฟอสฟอรัสในอัตรา 10 กก P2O5/ไร่
และปุ๋ยโพแทสเซียมในอัตรา 20 กกK2O/ไร่ ปุ๋ยฟอสฟอรัส
ทั้งหมดใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นพร้อมปลูก ปุ๋ยไนโตรเจนและ
โพแทสเซียมใส่เป็นปุ๋ยแต่งหน้า 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่ 1/3
ของทั้งหมดเมื่ออ้อยมีอายุได้ 4 เดือน ครั้งที่สองใส่ส่วนที่
เหลือ (2/3 ของปริมาณทั้งหมด) หลังการใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้ง
แรกนาน 2 เดือน
         ดินในแปลงทดลองเป็นชุดดินยโสธร (Yb: Typic
Paleustults)
เป็นแปลงเกษตรกรในเขตน้ำฝน อ.พิมาย
จ.นครราชสีมา ปริมาณฝนรวมตลอดช่วงของการเจริญ
เติบโต (พ.ย. 2543-พ.ย.2544) วัดได้ 720 มม. โดยใน
ช่วงระหว่าง พ.ย. 2543- สิ้นเดือน ก.พ. 2544 ไม่มีรายงาน
ฝนตกแต่อย่างใด

สรุปผลการทดลอง
1) การปลูกระยะแถวชิด (67 แถว/ไร่) ให้ผลผลิตอ้อยสดมากที่สุด โดยสูงกว่าการปลูกในระยะแถวปรกติ (24 แถว/ไร่)
    ถึง 35.6 เปอร์เซ็นต์
2) การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตรา 20 กก N/ไร่ น่าจะพอเพียงแล้ว เพราะให้ผลผลิตไม่แตกต่างจากใส่ในอัตรา 50 กก
    N/ไร่ ผลผลิตที่เพิ่มจากอัตรา 8 กก N/ไร่ มีค่าเท่ากับ 10.45 เปอร็เซ็นต์
3) องค์ประกอบของผลผลิตที่มีผลสอดคล้องกับการเพิ่มของผลผลิตอ้อยสด คือ จำนวนลำอ้อยต่อไร่ ซึ่งการปลูกระยะ
    แถวชิดมีจำนวนลำเพิ่มขึ้นจากการปลูกตามระยะแถวมาตรฐาน (24 แถว/ไร่) ถึง 52.6 เปอร็เซ็นต์
4) ทั้งระยะแถวปลูกและอัตราปุ๋ยที่ใช้ในการทดลองไม่มีผลต่อคุณภาพอ้อย (ค่า CCS) แต่อย่างใด
5) การที่ผลผลิตน้ำตาลในการปลูกระยะแถวชิด (67 แถว/ไร่) สูงกว่าระยะแถวปลูกอื่นๆ ที่ทดลอง เป็นเพราะมีน้ำหนัก
    อ้อยสดสูงที่สุดนั่นเอง