ความสำคัญของปัญหา
           ประเทศไทย เป็นประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารที่สำคัญแหล่ง
หนึ่งของโลก แต่ในอนาคตการขยายตัวเพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารของ
ประเทศไทย คงไม่สามารถอาศัยข้อได้เปรียบด้านแรงงาน และทรัพยากร
ธรรมชาติ ที่มีอยู่เช่นเดิมได้ตลอดไปจะต้องหันมาปรับปรุงในด้านการ
เพิ่มมูลค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการรักษาและแย่งชิงตลาดต่าง
ประเทศที่สำคัญหรือหาตลาดใหม่ๆ ให้เพิ่มมากขึ้น สำหรับอาหารไทยที่
ส่งออกส่วนใหญ่นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ปฐมภูมิ และสินค้าเกษตรแปรรูป แต่
ประเภทผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูป และสำเร็จรูป โดยมีการพัฒนาเพิ่ม
มูลค่าเป็นอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to eat food) นั้นยังมีน้อย
ซึ่งหากพิจารณาศักยภาพของประเทศไทยแล้วพบว่ามีข้อได้เปรียบใน
หลายด้านเริ่มตั้งแต่วัตถุดิบหลักทุกชนิดสามารถผลิตได้เองในประเทศ
ทั้งหมด ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผลิตผลเกษตรโดยตรงที่สำคัญ คือ
เทคโนโลยีการผลิตก็เป็นภูมิปัญญาที่พัฒนาและสั่งสมโดยบรรพบุรุษไทย
ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ชาติอื่นเลียนแบบได้ยาก
อาหารไทยยังมีความหลากหลายของรูปแบบและรสชาติจากสูตรที่แตกต่าง
กันไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ทำให้สามารถพลิกแพลงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ
ตลาดโลก ที่เพิ่มทวีขึ้นอย่างสมกับความต้องการของรวดเร็วได้ งานวิจัย
ฉบับนี้ได้เสนอแนวทางการกำหนด ยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติให้
อาหาร ไทยเป็นอาหารโลกภายในระยะเวลา 10

   


ผลการวิจัย

            1. แนวโน้มของการผลิตอาหารไทยกึ่งสำเร็จรูป และสำเร็จรูป เพื่อการ
ส่งออกสูงขึ้น โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานจากผลการสัมภาษณ์
ผู้บริโภคชาว ต่างประเทศพบว่าร้อยละ 96.3 มีความชื่นชอบอาหารไทยและอาหาร

ไทยที่รู้จักและนิยมรับประทานมากที่สุดได้แก่ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย แกงเขียวหวานไก่ และของหวานที่นิยมและชื่นชอบได้แก่ กล้วย
บวชชี เห็นได้ว่าชาวต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยและชื่นชอบอาหารหวานของไทยมากนัก และพบว่า สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา
ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย มีแนวโน้มเป็นตลาดที่สำคัญของอาหารไทย

            2. ในด้านศักยภาพ และความพร้อมของไทยสรุปได้ใน 3 หัวข้อ ดังนี้
                                     ด้านวัตถุดิบ ประเทศไทยสามารถผลิตวัตถุดิบหลักได้เองทั้งหมดแต่ยังคงมีปัญหาเรื่องคุณภาพและความ
            สม่ำเสมอของวัตถุดิบที่ต้องแก้ไข
                                    ด้านการผลิต
ผู้ประกอบการมีพื้นฐานการส่งออกอยู่บ้างแล้ว โดยต้องเน้นคุณภาพตามมาตราฐานสากล
            ปัญหา คือเครื่องจักรที่นำเข้ามีราคาสูงทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าลงทุน
                                 ด้านการตลาดและการส่งออก
ภัตตาคารไทยในต่างประเทศมีจำนวนมากทั่วโลกดังนั้นควรจะสร้าง
            เครือข่ายธุรกิจโดยอาศัยภัตตาคารไทยเหล่านี้           
3. ยุทธศาสตร์สร้างอาหารไทยให้เป็นอาหารที่ชาวโลกนิยม
            ภายในระยะเวลา 10 ปี ข้างหน้า มีแผนดำเนินงานเป็น 2 ระยะ คือ แผนระยะสั้นใน 5 ปีแรก (2544-2548) และแผน
ระยะยาวใน 5 ปีหลัง (2549 -2553)
แผนระยะสั้นใน 5 ปีแรก (2544-2548) เน้นส่งเสริมการผลิตอาหารไทยเพื่อการส่งออกจัดตั้งสาขาร้านอาหารไทยจานด่วนใน
ประเทศต่างๆหรือสร้างเครือข่ายกับร้านอาหารไทยในต่างประเทศ มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง และทำการทดสอบตลาดโดย
การตั้งซุ้มอาหารไทยจานด่วน (Thai fast food stand) ตามแหล่งท่องเที่ยวติดตามประเมินผลเพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหา
ในการดำเนินงาน ทุก ๆ 1 ปี ,และทำการสรุปผลการดำเนินงานในระยะแรก ซึ่งในปี 2544 สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ร่วมกับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน) จัดการประกวดอาหารไทยระดับชาติ ครั้งที่ 1 โดยประกวดอาหาร
15 รายการ ประกอบด้วย ต้มข่าไก่ แกงเขียวหวานไก่ แกงแดงเผ็ดไก่ มัสมั่นไก่ ฉู่ฉี่ปลาทับทิม แกงเลียง แกงส้มผักรวม แกงป่าก์ไก่
ต้มยำกุ้ง หลนเต้าเจี้ยว ยำวุ้นเส้น ลาบไก่ ผัดไทย ปลากริมไข่เต่า และบัวลอยสามสี เพื่อให้ได้ผู้ชนะเลิศ และเป็นสุดยอดของตำรับอาหาร
สำหรับการผลิตในระดับอุตสาหรรม ทั้งนี้ไดดำเนินการถ่ายทอดสูตรและกรรมวิธีการปรุง เพื่อเตรียมจัดทำร่างคำขอลิขสิทธิ/สิทธิบัตรต่อไป
แผนระยะยาวใน 5 ปีหลัง (2549-2553) เน้นจัดตั้งธุรกิจเครือข่ายการจำหน่ายอาหารไทยจานด่วน (Thai fast food network)
ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเลือกประเทศกลุ่มแรกในการดำเนินงานจัดตั้งและมีหน่วยงานแม่ในประเทศไทยที่จะให้การ
สนับสนุน ด้านวัตถุดิบ วิธีการผลิต การจัดจำหน่าย และประชาสัมพันธ์ เป็นต้น มีการจัดซุ้มอาหารจัดนิทรรศการและการประกวด
อาหารในต่างประเทศเพื่อขยายตลาดต่อไป
4. ยุทธศาสตร์ 5 ประเด็น เสนอให้กำหนดนโยบายระดับชาติให้มีมาตรการและหน่วยงาน รับผิดชอบคือ
         (1) จัดหาวัตถุดิบที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน
         (2) ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อการส่งออก
         (3) แก้ไขปัญหาข้อกีดกันทางการค้า
         (4) ส่งเสริมธุรกิจการให้สิทธิเครือข่ายการจำหน่ายอาหารไทยจานด่วน
              (Thai fast food franchise) ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
         (5) สนับสนุนฐานข้อมูลและข่าวสาร
ข้อเสนอแนะ
               ภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกขนประชาสัมพันธ์ / ร่วมผลิต  และ พัฒนาเทคโนโลยี  เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม
ผลิตอาหารไทย เพื่อการส่งออก และหาตลาดใหม่ โดยมีการจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นกัน เพื่อแก้ไขปัญหา และควรมีสำนักงานส่งเสริม
ธุรกิจการส่งออก อาหารไทยครบวงจร (One - stop service) เชื่อมโยงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในภาครัฐและภาคเอกชน

นภาวรรณ นพรัตนราภรณ์, มาเรียม กอสนาน, รัชดา คะดาษ, สุพรรณิจ พลเสน,
วันเพ็ญ นภาทิวาอำนวย, มาลี สกุลนิยมพร และ กุลวดี เตลิงคพันธุ์
สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์