| จากนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ส่งเสริมการปลูกยางพาราภายในปี
พ.ศ.2549 ในพื้นที่ใหม่ ด้วยการขยายพื้นที่ปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ในภาคเหนือ
300,000 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 700,000 ไร่ ซึ่งต้องใช้ยางชำถุงจำนวน
90 ล้านต้น จากโครงการดังกล่าว มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการมากกว่าเป้าหมาย
ประกอบกับมีการขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญ คือ
ราคาน้ำยางสด และยางแผ่นดิบมีราคามากกว่า 50 บาท/กิโลกรัม ขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตยางพาราประมาณ
22 25 บาท / กิโลกรัม ทำให้มีความต้องการกล้าพันธุ์ยางพาราที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก
ปัญหาที่พบในปัจจุบัน คือ เกษตรกรมักจะได้รับต้นกล้ายางที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
ดังที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อต้นฤดูฝนปี 2548 ซึ่งกล้ายางที่ไม่ได้คุณภาพที่พบคือ
1.พันธุ์ยางไม่ถูกต้องตามสายพันธุ์ 2.กิ่งตาพันธุ์ไม่ได้มาตรฐาน (
ไม่ได้นำกิ่งตาพันธุ์จากแปลงรับรองพันธุ์มาติดตา แต่นำกิ่งตาสอยจากต้นที่ให้ผลผลิตน้ำยางแล้วมาติดตา
ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้นยางพร้อมกรีดจะให้เปอร์เซ็นต์น้ำยางต่ำกว่ามาตรฐาน
30-40 เปอร์เซ็นต์) 3.ต้นกล้ายางพารามีอัตราการตายสูงเมื่อปลูกลงในแปลง
4.อัตราการเจริญเติบโตช้า
|
|
แปลงต้นตอยางพารา |
แปลงกิ่งพันธุ์ยางพารา
RRIM 600 |
 |
 |
ติดตายางพารา |
ต้นยางชำถุงพร้อมจำหน่าย |
ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบในระยะยาวในเรื่องผลผลิตน้ำยางที่น้ำยางเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า
ต้นกล้าที่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อระบบการผลิตยางพาราทั่วประเทศ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากรจึงได้จัดทำโครงการการผลิตกล้ายางพาราคุณภาพดีเพื่อเผยแพร่ให้กับเกษตรกร
เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้ส่วนหนึ่งตามกำลังผลิตของสถานีฯ
โดยปี 2547-2548 สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร ได้ทำโครงการพัฒนาวิชาการ
การผลิตต้นพันธุ์ยางพาราคุณภาพดีให้กับเกษตรกร จำนวน 100,000 ต้น โดยผลิตกล้ายางแบบครบวงจร
ตั้งแต่การใช้กิ่งตาพันธุ์จากแปลงกิ่งตาพันธุ์ที่มีการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร
การเพาะต้นกล้า การติดตา การชำถุง การจัดเรียงถุง การคัดแยกพร้อมจำหน่าย
ซึ่งทุกขั้นตอนของการทำงานจะควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากรจะดำเนินการผลิตกล้ายางพาราที่ได้มาตรฐานเพื่อเผยแพร่ให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
โดยมีเป้าหมายการผลิตกล้ายางชำถุงและยางตาเขียวไม่ต่ำกว่าปีละ 150,000
ต้น
|
|
ยางชำถุงคุณภาพมาตรฐาน |
ระบบรากยางพาราชำถุงพร้อมจำหน่าย |
|