|
อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์
การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนเป็นสิ่งที่จำเป็น
นอกจากนี้แล้วอาหารจะต้องมีความปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ดังนั้นผู้ประกอบการผลิตอาหารจะต้องให้ความสำคัญต่อขบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพก่อนที่จะส่งผลิตภัณฑ์อาหารไปยังผู้บริโภค
การตรวจวิเคราะห์/ทดสอบเป็นขั้นตอนหนึ่งของการควบคุมคุณภาพอาหารซึ่งผู้ประกอบการผลิตอาหารจะต้องปฏิบัติเป็นประจำ
วิธีการตรวจวิเคราะห์/ทดสอบ อาหารมีหลายวิธี ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือต้นทุนในการวิเคราะห์
/ทดสอบ เทคนิคบางอย่างมีความไวและความถูกต้องแม่นยำสูงแต่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากผู้ประกอบการผลิตอาหารจึงควรพิจารณาถึงความเหมาะสมและความจำเป็นในการเลือกใช้แต่ละเทคนิค
โดยคำนึงถึงความสะดวก ความรวดเร็ว ดังนั้นในการที่ผู้ประกอบกิจการดำเนินกิจกรรมห้องปฏิบัติการตรวจสอบวิเคราะห์
ของตนเอง ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง โดยทางศูนย์บริการประกันคุณภาพอาหารจะมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระงานในกิจกรรมในการตรวจวิเคราะห์ให้ได้
โดยศูนย์บริการประกันคุณภาพอาหาร
สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์
- ให้บริการวิเคราะห์/ทดสอบคุณภาพของผลิตผลทางการเกษตร/วัตถุดิบ
อาหาร และผลิตภัณฑ์อาหาร ทางด้านเคมี จุลชีววิทยา และทางด้านกายภาพ
โดยมุ่งเน้นความถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว และเชื่อถือได้
- ให้บริการทดสอบการกระจายความร้อนในหม้อนึ่งฆ่าเชื้อ
และทดสอบหาค่า Fo ในผลิตภัณฑ์อาหาร
- บริการให้คำปรึกษาและกำหนดกระบวนการให้ความร้อนในการฆ่าเชื้อผลิตภัณฑ์อาหารในภาชนะที่ปิดสนิท
- ให้บริการทดสอบทางชีวภาพด้านโภชนาการ
และพิษวิทยาอาหาร
- ให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับกฏหมายควบคุมอาหาร
และมาตรฐานอาหาร
- ให้บริการปรึกษาการจัดทำระบบ
GMP และ HACCP
ในการตรวจวิเคราะห์/ทดสอบ
ปริมาณสารอาหารหรือสารปนเปื้อน รวมทั้งเชื้อโรค เป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการควบคุมคุณภาพในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้มีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้ออกพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการระบุชื่อสารอาหารบนหีบห่อที่ใช้บรรจุอาหาร
ซึ่งกำหนดให้ผู้ผลิตต้องแจ้งชื่อสารอาหาร 14 ชนิดบนฉลาก ในอนาคตพระราชบัญญัตินี้จะครอบคลุมสารอาหารอีก
35 ชนิด ดังนั้นผู้ประกอบการผลิตอาหาร (food processors) จึงจำเป็นต้องทราบส่วนประกอบหรือสารอาหารที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของตน
โดยการตรวจวิเคราะห์ในขั้นตอนการผลิตและการควบคุมคุณภาพก่อนนำผลิตภัณฑ์อาหารนั้นออกจำหน่าย
ทดสอบ/วิเคราะห์อาหาร ศูนย์ฯ จะใช้เทคนิคต่างๆ ให้ผู้ประกอบการได้รับผลการทดสอบให้เร็วที่สุด
เช่น
Atomic Absorption Spectroscopy
(AAS)
AAS
เป็นเทคนิคที่ใช้ตรวจหาธาตุอนินทรีย์ (inorganic elements) ในตัวอย่างต่าง
ๆ เช่น อากาศ น้ำ และดิน เป็นต้น ตัวอย่างจะถูกทำให้ร้อนขึ้นเพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นอะตอม
(atoms) ซึ่งสามารถดูดกลืนแสงได้ในปริมาณที่เป็นสัดส่วนกับความเข้มข้นของธาตุที่มีอยู่ในตัวอย่าง
AAS ถูกนำไปใช้ในงานวิจัยทางคลีนิก ทางชีวเคมี ทางสิ่งแวดล้อม ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการเกษตร
ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม AAS สามารถนำไปใช้ตรวจหาปริมาณทองแดง
สังกะสี ตะกั่ว เหล็ก และแคดเมียน ในน้ำนมดิบและในเครื่องดื่มทั่วไป
และตรวจหาปริมาณโซเดียม โปแทสเซียม แคลเซียม และแมงกานีสในอาหารเลี้ยงทารก
เทคนิคนี้ยังนำไปใช้ตรวจหาตะกั่ว และปรอทในเนื้อสัตว์ เนื้อปลา ธัญญพืช
น้ำมันพืช เครื่องดื่มทั่วไป และเครื่องดื่มที่ผสมอัลกอฮอล์
Electrophoresis
เทคนิคนี้อาศัยหลักการเคลื่อนที่ของตัวอย่างบนเจลภายใต้สนามไฟฟ้า
สารแต่ละชนิดมีความสามารถในการเคลื่อนที่แตกต่างกันขึ้นกับขนาดและจำนวนประจุของสาร
ดังนั้นสารจึงถูกแยกออกจากกันได้บนเจล โดยทั่วไปนิยมใช้ electrophoresis
ในการแยกชีวโมเลกุล เช่น โปรทีน เปปไทด์ และกรดนิวคลีอิก ปัจจัยที่มีผลต่อการวิเคราะห์ได้แก่
ปริมาณกระแสไฟฟ้า ความเป็นกรด-ด่างและชนิดของบัฟเฟอร์ เทคนิคนี้สามารถใช้วิเคราะห์อาหารเพื่อตรวจหาชนิดของโปรทีน
ในเนื้อปลา
Gas Chromatography (GC)
GC เป็นเทคนิคการแยกสารที่ระเหยได้ออกจากสารผสม
ไอของสารจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับก๊าซเฉื่อย (inert gas) ซึ่งทำหน้าที่ในการพาสารเคลื่อนไปบนคอลัมน์
ระหว่างการแยกสารแต่ละตัวจะเคลื่อนด้วยความเร็วที่แตกต่างกันขึ้นกับขนาด
และความสามารถในการกลายเป็นไอของสาร ดังนั้นจึงสามารถแยกสารต่าง ๆ
ออกจากกันได้บนคอลัมน์ สารที่ถูกแยกออกมาจะเคลื่อนออกจากปลายคอลัมน์อีกด้านหนึ่งไปยังเครื่องตรวจวัด
(detector) เทคนิคนี้ได้สามารถนำไปใช้ในงานด้านต่าง ๆ อาทิ การวิเคราะห์สารก่อมลภาวะ
(pollutants) ในน้ำ การตรวจวัดปริมาณองค์ประกอบของน้ำมัน การตรวจหาสารปรุงแต่ง
และปริมาณโคเลสเตอรอล (cholesterol) ในอาหาร และการตรวจยาฆ่าแมลงตกค้างในผักและผลไม้
Inductively Coupled Plasma-Emission
Spectrometry (ICP-ES)
ICP-ES
เป็นเทคนิคที่นิยมใช้ในการทดสอบสารอนินทรีย์ โดยสารตัวอย่างจะถูกทำให้ร้อนขึ้นโดยพลาสมา
(plasma) ซึ่งเกิดจากก๊าซอาร์กอน (argon) พลังงานสูง สารที่ได้รับพลังงานจะแตกตัวเป็นไอออน
(ions) และปล่อยพลังงานแสงออกมาที่ความยาวคลื่นแตกต่างกัน ปริมาณแสงที่ปล่อยออกมาจะถูกตรวจวัดโดยเครื่องสเปกโตรมิเตอร์
(spectrometer) เทคนิค ICP-ES จึงสามารถใช้ตรวจองค์ประกอบของสารในตัวอย่างได้
โดยทั่วไปจะนำไปใช้ในงานทางชีววิทยาและทางคลินิกเพื่อตรวจหาสารพิษ
และตรวจหาแร่ธาตุที่มีประโยชน์ในการรักษา (therapeutic trace elements)
ในอุตสาหกรรมโลหะ ICP-ES ถูกนำไปใช้ตรวจสอบคุณภาพโลหะที่ใช้เป็นวัตถุดิบ
ในอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรเทคนิคนี้สามารถใช้ตรวจสารพิษ สารอาหารที่จำเป็น
(essential nutrients) ในดิน ในปุ๋ย ในเนื้อเยื่อพืชและสัตว์ นอกจากนี้
ICP-ES ยังเป็นวิธีการที่มีความแม่นยำสูงสำหรับการตรวจหาปริมาณโซเดียม
เหล็ก และแคลเซี่ยม ในอาหาร
Liquid Chromatography (LC)
LC เป็นเทคนิคการแยกสารและตรวจวิเคราะห์เชิงปริมาณสำหรับตัวอย่างที่เป็นของเหลว
ตัวอย่างจะถูกปั๊มเข้าสู่คอลัมน์ซึ่งภายในบรรจุด้วยอนุภาคของแข็งขนาดเล็ก
การแยกเกิดขึ้นบนคอลัมน์ เนื่องจากสารแต่ละตัวเคลื่อนผ่านอนุภาคของแข็งด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน
LC เป็นเทคนิคที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการวิเคราะห์ยา การตรวจหาสารเคมีในสิ่งแวดล้อม
ในอุตสาหกรรมอาหาร LC สามารถนำไปใช้ในการควบคุมคุณภาพอาหาร อาทิ การพิสูจน์เอกลักษณ์และตรวจวิเคราะห์เชิงปริมาณวิตามิน
การตรวจวิเคราะห์น้ำตาล การตรวจหาองค์ประกอบในน้ำผลไม้ การตรวจหาสารอัลฟาทอกซิน
(alfatoxin) ในน้ำนม และการตรวจหากรดอะมิโน (amino acids) ในอาหารเลี้ยงทารก
เป็นต้น
Ultraviolet/Visible Spectroscopy
(UV/Vis)
UV/Vis
เป็นเทคนิคพื้นฐานที่มีอยู่ในห้องปฏิบัติการทั่วไปใช้สำหรับการวิเคราะห์สารอินทรีย์
เมื่อแสง UV ผ่านตัวอย่าง โมเลกุลในสารจะถูกกระตุ้นและดูดกลืนแสงไว้
ปริมาณแสงที่ถูกดูดกลืนที่ความยาวคลื่นหนึ่ง ๆ เป็นลักษณะเฉพาะตัวของสาร
หลักการนี้จึงสามารถใช้บ่งชี้องค์ประกอบของสารในตัวอย่างได้ UV/Vis
เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวิเคราะห์และการควบคุมคุณภาพในทางเภสัชกรรม
ในอุตสหกรรมเคมี และในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งใช้ UV/Vis ในการควบคุมคุณภาพอาหารและเครื่องดื่ม
เช่น การตรวจหาสารปรุงแต่งกลิ่น สี และรส
การทดสอบทางจุลชีววิทยาอย่างรวดเร็ว
(Rapid Method for Microbiological Test)
โดยใช้ชุดทดสอบสำเร็จรูปที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับตรวจสอบหาปริมาณและชนิดของเชื้อจุลินทรีย์อย่างรวดเร็ว
|