จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวารสารที่ใช้ตีพิมพ์ผลงานอยู่ใน Beall’s list

รองศาสตราจารย์ ดร.พันธุ์ปิติ เปี่ยมสง่า

รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฝ่ายสารสนเทศงานวิจัย
(pp@ku.ac.th)

ที่มา

งานวิจัยเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการแสดงความเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำ  ซึ่งทำให้เกิดแรงผลักดันนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมต่างๆ  ด้วยการที่มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาทำให้ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเผยแพร่เป็นบทความผ่านวารสารวิชาการ ซึ่งบทความต่างๆจะผ่านการกลั่นกรองโดยผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเดียวกัน  และการนำบทความต่างๆไปใช้ประโยชน์ก็จะสามารถตรวจสอบได้จากปริมาณการอ้างอิง (citation) จากบทความอื่น  ทั้งนี้ การรวบรวมบทความนับล้านเรื่องจากวารสารในสาขาวิชาต่างๆในโลกที่มีนับหมื่นรายการไม่ใช่เรื่องง่ายนัก  จึงมีองค์กรที่รวบรวมรายการวารสารเหล่านี้ เช่น ISI Knowledge และ Scopus ได้สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายความสำคัญวารสารแต่ละฉบับ  จัดสร้างดัชนี (Index) ของวารสาร เช่น Science Citation Index และ Scopus เพื่อชี้ให้เห็นถึงคุณภาพวารสาร โดยดัชนีเหล่านี้มีหลักการเบื้องต้นคล้ายกันว่า วารสารที่ได้รับการอ้างอิงบ่อยกว่าก็จะถือว่ามีผลกระทบ (impact factor) สูงกว่า

impact factor สามารถช่วยนักวิจัยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรส่งผลงานไปตีพิมพ์ที่วารสารใด เพราะวารสารที่มี impact factor สูงกว่า ย่อมมีคนอ่านมากกว่า  ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุให้มีแรงจูงใจให้มีการตีพิมพ์ในวารสารที่มี impact factor สูง หรือขั้นต่ำก็คือมีแรงจูงใจให้ตีพิมพ์กับวารสารที่ปรากฏในดัชนี

ด้วยแรงจูงใจดังกล่าวนี้  ก็ได้สร้างแรงปฏิกิริยาขึ้นมาเพื่อหาทรัพย์แทนจะเป็นกิจกรรมทางวิชาการ  โดยจะมีการสร้างวารสารใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีการจัดการเป็นอย่างดี จนสามารถสร้างวารสารใหม่ที่ปรากฏชื่ออยู่บนดัชนี แต่มีข้อสงสัยด้านคุณภาพการประเมิน และวารสารเหล่านี้มีรายได้จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์สูงลิ่ว  ในขณะที่ วารสารที่ดีโดยทั่วไปมักจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์  กระบวนการเหล่านี้ นอกจากทำให้งานวิจัยขาดการประเมินที่เหมาะสม แล้วยังทำให้ องค์กรวิจัยต่างๆยังเสียเงินทุนวิจัยจำนวนมากไปอย่างไร้ค่า

Beall’s list

Beall’s list of predatory publishers (http://scholarlyoa.com/publishers/) เป็นรายชื่อสำนักพิมพ์ที่มีแนวโน้มว่าไม่ได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ และอาจเป็นการหลอกลวงเพื่อหารายได้ ในบางกรณีอาจพบวารสารลักษณะนี้ ที่ไม่ได้ดำเนินการโดยสำนักพิมพ์ ก็จะมีบัญชีรายชื่อวารสาร (http://scholarlyoa.com/individual-journals/) แยกต่างหาก

รายชื่อเหล่านี้รวบรวมโดยบรรณารักษ์ของ University of Colorado Denver ชื่อ Associate Professor Jeffrey Beall โดยได้ review วารสาร และสำนักพิมพ์ จำนวนมาก และรวบรวมเป็นรายชื่อสำนักพิมพ์/วารสาร ที่อาจจะเข้าข่ายวารสารที่ไม่ควรส่งรายงานไปตีพิมพ์ (Beall ไม่ใช้คำว่าหลอกลวง) เพื่อนักวิจัยจะได้ใช้ประกอบการพิจารณาว่าควรจะตีพิมพ์หรือเป็นกองบรรณาธิการ หรือเป็นผู้ประเมิน (reviewer) ให้หรือไม่ รายชื่อเหล่านี้มีการปรับปรุงเสมอๆ โดยมีการถอนออก หรือเพิ่มเข้าไปใหม่ และเปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์

Jeffery Beall

นั่นคือ โดยหลักการคือ แนะนำว่าไม่ควรตีพิมพ์วารสารทีปรากฎใน Beall’s list

ลักษณะทั่วไปของวารสารใน Beall’s list of predatory publishers

ข้อสังเกตง่ายๆ ของ วารสาร predatory publishers เหล่านี้ คือ

  • เป็นวารสาร online เป็นส่วนใหญ่ อาจมีการพิมพ์เป็นเล่มบ้าง (ทั้งนี้ Beall สนใจเฉพาะวารสารที่เป็น online แต่ไม่ได้หมายความว่า วารสารที่ตีพิมพ์เป็นเล่มจะมีคุณภาพดีกว่า)
  • เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ ในราคาสูง
  • มีกระบวนการพิจารณาเรื่องเพื่อตีพิมพ์ รวดเร็วทันใจ อาจมีการประเมินบทความแบบอะลุ่มอล่วยและส่งให้ปรับปรุงบ้างพอเป็นพิธี
  • สำนักพิมพ์ไม่มีชื่อเสียงในวงการ
  • อาจตั้งอยู่ในประเทศที่ไม่น่าเชื่อว่ามีความก้าวหน้าทางวิชาการในสาขานั้นๆ (กรณีนี้ไม่จำเป็นเสมอไป หลายสำนักพิมพ์ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ยุโรปบางประเทศ)
  • หลายวารสารตั้งชื่อคล้ายคลึงกับวารสารมีชื่อเสียง เช่นเติม s ไปท้ายชื่อวารสารเดิม
  • ใช้ภาษาไม่ถูกต้องมากมาย (ผิดไวยากรณ์/มีคำผิด) พบทั้งใน website และเรื่องที่ตีพิมพ์ ฯลฯ

วิธีพิจารณาของคุณ Beall ละเอียดกว่านี้มาก สามารถติดตามได้ใน blog http://scholarlyoa.com/

ถ้าท่านตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ใน Beall’s list

เนื่องจากการดำเนินการของ Beall ก็มีหลักการที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือได้  จึงทำให้ Beall’s list ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง และเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการทั่วโลก อย่างไรก็ตาม Beall’s list ไม่ได้บอกว่าวารสารเหล่านั้นไม่มีคุณภาพ ซึ่งอาจเป็นเพราะอาจนำไปสู่การฟ้องร้องกันตามมา จึงทำให้การนำ Beall’ list มาให้นักวิจัยใช้เป็นทางเลือกในการตัดสินใจว่าจะส่งตีพิมพ์ในวารสารใดถึงจะเหมาะสม  (ทั้งนี้ วารสารในโลกที่ดียังมีอีกจำนวนมาก)  และองค์กรที่ให้ทุนวิจัยก็สามารถลดความเสี่ยงที่ผลงานวิจัยที่ให้ทุนไปกลายเป็นงานที่ไม่มีใครยอมรับ โดยไม่สนับสนุนทุนวิจัยให้แก่นักวิจัยที่นิยมตีพิมพ์ใน Beall’s list

แม้จะเป็นการยากที่จะห้ามไม่ให้ตีพิมพ์ในวารสารเหล่านี้  แต่ถ้าท่านเลือกจะตีพิมพ์ในวารสารเหล่านี้ ท่านก็อาจพบปัญหาดังนี้

  • ผลไม่เป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการ ทำให้เอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ ซึ่งหมายรวมถึง
    • การขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ
    • การพิจารณาทุนวิจัย
    • การพิจารณารางวัล
    • การสมัครเข้ารับตำแหน่งในบางกรณี
    • ฯลฯ
  • ขาดโอกาสในการปรับปรุงตนเอง
  • อาจตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพที่หาโอกาสจากการต้องการตีพิมพ์ของนักวิจัย

ผลกระทบต่อวงการศึกษา

หลายมหาวิทยาลัยกำหนดให้นิสิต/นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ เพื่อยกมาตรฐานการวิจัยของสถาบัน และของประเทศ การตีพิมพ์ในวารสารที่ไม่มีคุณภาพนี้ จึงเป็นอันตรายต่อระบบการศึกษาวิจัยของประเทศไทย

Science Citation Index, Scopus และ Beall’s list

แม้ว่าการใช้ Beall’s list อาจมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงให้ความสำคัญสูง เมื่อเทียบกับองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือด้านการทำดัชนีมาอย่างยาวนาน เช่น Science Citation Index หรือ Scopus ท้้งนี้ จากการที่มีวารสารทางวิชาการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเป็นทวีคูณ ทำให้การประเมินคุณภาพอาจไม่สมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับข้อมูลเพียงพอ ฐานข้อมูลเหล่านี้ก็จะถอดวารสารเหล่านั้นออกจากดัชนีอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น Beall’s list จึงเปรียบเสมือน จุดเริ่มต้นเพื่อให้เราสังเกตได้ว่าวารสารใดน่าจะไม่มีคุณภาพ  ซึ่งในทางปฏิบัติก็มีความจำเป็นในการตรวจสอบว่าจริงหรือไม่

ทั้งนี้ ในสถาบันหลายแห่งในประเทศไทยได้กล่าวถึงการตีพิมพ์ไว้ คืบค้นจาก Google ได้ ดังนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published.