รายการวิทยุ เรื่อง การปลูกฟ้าทะลายโจร/นภาภรณ์ พรหมชนะ

บทวิทยุ รายการ  “จากแฟ้มงานวิจัย มก.”

ออกอากาศวันเสาร์ ที่27 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2558

เรื่อง  การปลูกฟ้าทะลายโจร

บทวิทยุโดย  วิทวัส ยุทธโกศา

 ……………………………………………………………………………………….

-เพลงประจำรายการ-

 

สวัสดีครับ คุณผู้ฟังทุกท่านครับ พบกันอีกครั้งกับรายการ “จากแฟ้มงานวิจัย มก.”  ซึ่งออกอากาศให้ผู้ฟังได้ฟังกันเป็นประจำทุกวันเสาร์ ทางสถานีวิทยุ มก. แห่งนี้ครับ รายการนี้ผลิตโดย        ฝ่ายเผยแพร่งานวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกระผม…………………………………………เป็นผู้ดำเนินรายการครับ วันนี้กระผมขอเสนอเรื่อง “การปลูกฟ้าทะลายโจร” ครับ

คุณผู้ฟังครับ สมุนไพรเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีประวัติอยู่คู่กับชีวิตมนุษย์มาช้านาน ในครั้งสมัยดึกดำบรรพ์นั้นมนุษย์ได้รู้จักการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การได้ความรู้ในการรักษาโรคนี้ได้จากการสังเกต ทดลองใช้ และประสบการณ์ จนมีการบอกเล่าและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนเป็นที่ยอมรับในการที่จะนำสมุนไพรมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ต่อมาจึงเกิดหมอยาท้องถิ่นทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก

ในขณะนี้ประชากรของโลกมีมากถึง 6,000 กว่าล้านคน และส่วนใหญ่ ต่างก็มีความตื่นตัวหันมาให้ความสนใจดูแลสุขภาพ รวมทั้งการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ด้วยการหันมานิยมใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรทั้งในรูปอาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง และยารักษาโรคกันเป็นจำนวนมาก    ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีความได้เปรียบในภูมิประเทศและภูมิอากาศที่ทำให้มีพืชสมุนไพรที่มีคุณค่าอยู่มากมายและมีศักยภาพในการที่จะปลูกสมุนไพรได้ เป็นอย่างดี

ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ปัจจุบันมีการปลูกฟ้าทะลายโจรเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมยาสมุนไพรในคนกันอย่างแพร่หลาย เรามารู้จักกับฟ้าทะลายโจร คุณประโยชน์ และวิธีการปลูกกันครับ

 

-เพลงคั่นรายการ-

 ฟ้าทะลายโจร เป็นพืชที่ชาวอินเดียและจีนใช้เป็นยาแต่โบราณ ในประเทศไทยได้เริ่มนิยมใช้ไม่กี่ปีมานี้เอง ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับต้อยติ่งสูง 30 – 100 เซนติเมตร ทั้งต้นมีรสขม ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยม แตกออกเป็นพุ่มเล็ก ใบเรียวสีเขียวเข้มเป็นมันเป็นคู่ตรงข้าม ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาวแกมม่วง มีขน กลีบเลี้ยงโคนติดกันปลายแยกเป็น 5 กลีบ ยาว 3 – 4 มิลลิเมตร ผลเป็นฝักสีเขียวอมน้ำตาล เมื่อผลแก่จะแตก ดีดเมล็ดออกมา ฟ้าทะลายโจร เป็นยาที่มีความหมายในตัวเองไม่น้อย เพราะแม้แต่ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าฟ้าประทานมาให้ปราบโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนเหล่าโจรร้าย ส่วนในภาษาจีนกลาง ยาตัวนี้มีชื่ออย่างเพราะพริ้งว่า “ชวนซิเหลียน” แปลว่า “ดอกบัวอยู่ในหัวใจ”ครับ ซึ่งมีความหมายสูงส่งมาก วงการแพทย์จีนได้ยกฟ้าทะลายโจรขึ้นทำเนียบ เป็นยาตำราหลวงที่มีสรรพคุณโดดเด่นมากตัวหนึ่ง ที่สำคัญคือสามารถใช้เป็นยาเดี่ยวเพียงตัวเดียวก็มีฤทธิ์แรงพอที่จะรักษาโรคได้  ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในสมุนไพรตัวอื่น

คุณผู้ฟังทราบมั้ยครับว่า ในฟ้าทะลายโจรนั้น เราจะพบสารสำคัญในการรักษาโรคครับ นั่นก็ คือ สารแอนโดรแกรฟโพไลด์  จัดอยู่ในสารจำพวกยาปฏิชีวนะ เช่น เพนนิซิลลินและเตตราซัยคลิน ซึ่งเป็น ยาแผนปัจจุบันครอบจักรวาล แต่ปลอดภัยกว่าเพราะไม่มีพิษต่อตับ และไม่ตกค้างในร่างกาย ซ้ำยังมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคบางอย่างดีกว่ายาแผนปัจจุบันเสียอีกครับ นอกจากนี้ยังมีการทดลองทางคลินิกของโรงพยาบาลบำราศนราดูร พบว่าสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาโรคบิด ท้องร่วง และโรคท้องเสียชนิดเฉียบพลันได้ดีเท่ากับเตตราซัยคลิน นอกจากฟ้าทะลายโจรจะสามารถแก้อาการร้อนในได้ผลดีแล้ว ฟ้าทะลายโจรยังมีสรรพคุณเด่นในการแก้ไข้หวัด ตัวร้อน ระงับการอักเสบ เจ็บคอ แก้ติดเชื้อ และเป็นยาขมเจริญอาหาร จึงนับได้ว่าฟ้าทะลายโจรเป็นยาครอบคลุมได้กว้างขวางเหมาะสำหรับเป็นยาสามัญประจำบ้านแบบไทย ๆ ได้อย่างดีทีเดียวครับ

 

-เพลงคั่นรายการ-

 ฟ้าทะลายโจรชอบอากาศร้อนชื้น พบมากในจีน อินเดีย และไทย มักขึ้นเองตามป่า เป็นพืชที่ปลูกง่าย ไม่เลือกดิน แต่จะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ชอบแดดปานกลาง ถ้าอยู่ในที่ร่มทึบเกินไปจะทำให้โตช้า ถ้าโดนแดดจัดเกินไปจะทำให้ใบเล็กและเป็นสีม่วง ฟ้าทะลายโจรเป็นพืชล้มลุก ปลูกจากเมล็ดได้ง่าย เมล็ดมีสีน้ำตาลแดง ซึ่งใน 1 ช้อนโต๊ะจะมีเมล็ดประมาณ 7,000 เมล็ด

สำหรับการปลูกฟ้าทะลายโจรสามารถปลูกได้หลายวิธีครับ ได้แก่ การปลูกแบบหว่าน ควรหว่านเมล็ดให้กระจายสม่ำเสมอ โดยปลูกในพื้นที่ที่มีปัญหาวัชพืชไม่รุนแรง วิธีนี้เหมาะสมกับการปลูกจำนวนมาก ๆ และมีแรงงานน้อย แต่จะพบกับปัญหาวัชพืช เพราะไม่สามารถนำเครื่องมือ เครื่องทุ่นแรงเข้าไปใช้ได้ ต้องใช้มือถอนอย่างเดียว วิธีที่สองเป็นการปลูกแบบโรยเมล็ดเป็นแถว ขุดร่องตื้น เป็นแถวยาว โรยเมล็ดเกลี่ยดินกลบบาง ๆ ควรมีระยะปลูกระหว่างแถว 40 เซนติเมตร โดยทั่วไปใช้เมล็ดประมาณ 50 – 100 เมล็ดต่อความยาว 1 เมตร การปลูกด้วยวิธีนี้ กำจัดวัชพืชได้ง่ายและสะดวกขึ้น วิธีที่สามคือการปลูกแบบหยอดหลุม คือเตรียมหลุมปลูกลึกประมาณ 2 – 5 เซนติเมตร ให้เป็นแนวโดยมีระยะปลูกระหว่างต้น 20 – 30 เซนติเมตร และระหว่างแถว 40 เซนติเมตร แล้วหยอดเมล็ดหลุมละ 5 – 10 เมล็ด เกลี่ยดินกลบบาง ๆ การปลูกวิธีนี้จะประหยัดเมล็ดพันธุ์ แต่มักประสบปัญหาเกี่ยวกับการกำจัดวัชพืชขณะที่ต้นยังเล็ก เพราะมีพื้นที่ว่างระหว่างระยะปลูกและตำแหน่งที่งอกของเมล็ดฟ้าทะลายโจรอยู่ห่างกัน วิธีนี้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกที่ไม่มีวัชพืชรบกวน

การปลูกโดยใช้ต้นกล้า โดยใช้ต้นกล้ามีอายุประมาณ 45 – 60 วัน หรือมีใบประมาณ 10 – 14 ใบ โดยย้ายกล้าลงในแปลงปลูกที่มีระยะปลูกระหว่างต้น 20 – 30 เซนติเมตร และระหว่างแถว 40 เซนติเมตร ถ้าดินไม่ดีควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 125 กรัมต่อหลุม วิธีนี้เหมาะกับแปลงปลูกที่มีปัญหาวัชพืชรุนแรง หรือกรณีที่เมล็ดพันธุ์มีราคาแพงหรือมีจำกัดแต่จะให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าการปลูกโดย 3 วิธีแรก

 

-เพลงคั่นรายการ-

 คุณผู้ฟังครับ สำหรับการดูแลรักษาต้นฟ้าทะลายโจรนั้น เราสามารถทำได้ด้วยการคลุมแปลง ในพื้นที่ปลูกที่เป็นที่โล่งแจ้ง ลมพัดแรง แดดจัด ฝนตกชุก ควรคลุมแปลงด้วยฟางหรือ ใบหญ้าคาบาง ๆ เพื่อช่วยพรางแสง ลดการชะล้างของน้ำ ควบคุมความชื้นในดินไม่ให้น้ำระเหยเร็ว ความชื้นจะทำให้เมล็ดงอกได้เร็วขึ้น และเมื่อต้นกล้าอายุได้ประมาณ 1 เดือน ให้เอาฟางหรือใบหญ้าคาในส่วนที่หนา ออกบ้าง  หลังจากปลูกแล้วประมาณ 7-15 วัน ถ้าพบว่าต้นกล้าที่ปลูกตายหรือเมล็ดไม่งอก ควรมีการปลูกซ่อมทันทีเพื่อให้พืชเจริญเติบโตทันกัน หลังจากปลูกแล้วประมาณ 30-45 วัน ถ้าพบว่าต้นกล้าที่ขึ้นมาแน่นเกินไป ควรทำการถอนแยกไปปลูกในแปลงอื่น ๆ เพื่อให้ต้นกล้าที่ขึ้นสมบูรณ์เต็มที่ ไม่แย่งอาหารกัน  ประการสำคัญก็คือหลังจากปลูกพืชทุกครั้งต้องให้น้ำพืชทันที ซึ่งจะช่วยให้ต้นกล้าไม่เฉาและตายง่าย ในระยะ 1-2 เดือนแรกหลังจากปลูก ถ้าแดดจัดควรให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ถ้าแดดไม่จัดควรให้น้ำวันละครั้ง และหลังจากอายุ 2 เดือนไปแล้วอาจจะให้น้ำวันเว้นวันก็ได้หรือตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และสภาพอากาศ ถ้าพืชขาดน้ำเป็นระยะเวลาหลายวันจะทำให้พืชเหี่ยวเฉา แคระแกรน ออกดอกเร็ว และทำให้พืชไม่สามารถดึงธาตุอาหารจำเป็นบางชนิดจากดินขึ้นมาใช้ได้

การใส่ปุ๋ยให้กับฟ้าทะลายโจร จะเริ่มใส่เมื่อต้นกล้ามีอายุ 2 เดือน ส่วนใหญ่นิยมใส่ปุ๋ยคอกหรือถ้าเป็นปุ๋ยเคมีก็จะใช้สูตร 15-15-15  ซึ่งวิธีการใส่ปุ๋ยนั้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับความสะดวกและวิธีการปลูกพืชครับ ซึ่งมีวิธีการดังนี้ครับ การใส่ปุ๋ยแบบหว่าน เกษตรกรต้องหว่านปุ๋ยให้กระจายทั่วและสม่ำเสมอ หลังจากหว่านปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำทันที อย่าให้ปุ๋ยค้างอยู่ที่ใบเพราะจะทำให้ใบไหม้และต้นพืชตายได้ ซึ่งเหมาะกับแปลงเพาะกล้าและการปลูกแบบหว่าน

การใส่ปุ๋ยแบบโรยหรือหว่านเป็นแถว ตามแนวขนานระหว่างแถวปลูก ห่างจากแถวปลูกประมาณ 10-15 เซนติเมตร โดยขุดเป็นร่องใส่ปุ๋ยพรวนดินกลบ หรือโรยปุ๋ยก่อนแล้วพรวนดินกลบ ซึ่งจะเหมาะกับการปลูกแบบโรยเป็นแถว และการใส่ปุ๋ยแบบหยอดโคน เป็นการใส่ปุ๋ยห่างจากโคนต้นประมาณ 10 เซนติเมตร โดยขุดหลุมฝังกลบดินหรือโรยรอบ ๆ โคนต้น แล้วพรวนดินกลบก็ได้ ซึ่งเหมาะกับการปลูกแบบมีระยะปลูกครับ

 

-เพลงคั่นรายการ-

 การกำจัดวัชพืช ในแปลงปลูกแบบหว่านและแปลงเพาะเมล็ด กำจัดได้โดยการถอน ส่วนในแปลงปลูกแบบโรยเป็นแถว แบบหยอดหลุมและแบบปลูกด้วยต้นกล้า ซึ่งมีระยะปลูก การกำจัดวัชพืช จะทำได้สะดวกขึ้น ซึ่งทำได้โดยใช้การถอนหรือใช้เครื่องมือช่วย และควรทำการพรวนดินเข้าโคนต้นไปพร้อมกัน  การพรวนดิน ส่วนใหญ่จะพรวนดินและดายหญ้าไปพร้อม ๆ กัน หรือพรวนดินเมื่อเห็นหน้าดินแน่น ดูดซึมน้ำได้ช้า การพรวนดินทำให้ดินร่วนซุย ดูดซึมซับน้ำและปุ๋ยได้ดี ซึ่งจะช่วยให้ระบบรากพืชใช้น้ำและปุ๋ยมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ส่วนการป้องกันกำจัดโรคและแมลงนั้น ปัจจุบันการปลูกฟ้าทะลายโจรยังไม่พบว่ามีโรคและแมลงชนิดใดทำความเสียหายอย่างรุนแรง เพียงแต่ทำความเสียหายบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ได้แก่ โรคโคนเน่าและรากเน่า ต้นที่เป็นโรคจะมีอาการเหี่ยวเพิ่มขึ้นเป็นลำดับจนแห้งตายในที่สุด จะพบบริเวณรากและโคน รากขาดได้ง่าย และบางส่วนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม  การป้องกันและกำจัดในเบื้องต้นควรถอนและทำลายต้นพืชทิ้งไป  โรคที่สำคัญอีกโรคคือโรคแอนแทรคโนส จะพบอาการที่ตรงกลางใบหรือปลายใบ อาการที่พบบนใบจะเกิดกระจายทั่วไป เนื้อใบแห้งตายเป็นสีฟางข้าว ขอบแผลสีเข้ม การป้องกันและกำจัดในเบื้องต้นควรถอนและทำลายต้นพืชเช่นกัน

การเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจรนั้น เกษตรกรจะเริ่มเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจรเมื่อฟ้าทะลายโจรเริ่มออกดอก จนถึงติดฝัก เกษตรกรจะทยอยเก็บฟ้าทะลายโจร โดยจะใช้วิธีถอนทั้งต้นหรือตัดต้นจนชิดกับดิน เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวในช่วงเริ่มออกดอกนี้เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีน้ำหนักแห้งสูง เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะนำไปแปรรูป หากเกษตรกรต้องการเก็บผลผลิตบางส่วนไว้เพื่อใช้ทำเมล็ดพันธุ์ เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวฟ้าทะลายโจรเมื่อระยะฝักแก่ และปล่อยให้ฝักแก่และแห้งกับต้น จึงจะเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ได้  ส่วนการแปรรูปฟ้าทะลายโจรนั้นสามารถทำได้โดยนำฟ้าทะลายโจรที่เก็บเกี่ยวมาสับให้เป็นท่อนด้วยเครื่องสับ หรือแรงงานคน เกษตรกรจะนำฟ้าทะลายโจรที่สับแล้วมาตากแดดบนผ้าใบจนกว่าฟ้าทะลายโจรจะแห้งสนิท หลังจากนั้นนำมาบรรจุใส่กระสอบ กระสอบละ 30 กก.นำหนังสือพิมพ์ปิดด้านบนและผูกด้วยเชือกเก็บในที่แห้งและมิดชิด ไม่ให้โดนแสงแดด เพราะจะทำให้ฤทธิ์ยาของฟ้าทะลายโจรลดลง

 

-เพลงคั่นรายการ-

 ผศ.นภาภรณ์  พรหมชนะ จากภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทำการวิจัยในโครงการการวิเคราะห์เศรษฐกิจการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่ออุตสาหกรรม โดยทำการศึกษาสภาพทั่วไปของการปลูกฟ้าทะลายโจรของเกษตรกรในเขตภาคกลางและภาคตะวันตก โดยผลการศึกษาการผลิตฟ้าทะลายโจรของเกษตรกรพบว่า เกษตรกรในแต่ละภูมิภาคมีการผลิตฟ้าทะลายโจรที่แตกต่างกัน สามารถผลิตฟ้าทะลายโจรได้เป็น 3 แบบคือ การผลิตฟ้าทะลายโจรที่เกษตรกรอาศัยระบบน้ำชลประทาน ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดวัชพืชในการผลิต  แบบที่สองคือการผลิตฟ้าทะลายโจรที่เกษตรกรอาศัยระบบน้ำชลประทานใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยชีวภาพและสารเคมีกำจัดวัชพืช และแบบสุดท้ายคือการผลิตฟ้าทะลายโจรแบบธรรมชาติ เกษตรกรจะอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดวัชพืช  เกษตรกรที่ผลิตฟ้าทะลายโจรจะปลูกฟ้าทะลายโจรเป็นพืชเสริมกับพืชหลัก โดยมีพื้นที่การปลูกฟ้าทะลายโจรตั้งแต่ 1-5 ไร่  โดยเกษตรกรจะซื้อเมล็ดพันธุ์จากผู้รวบรวมในช่วงแรกที่ทำการผลิตฟ้าทะลายโจรในราคากิโลกรัมละ 500-600 บาท จากนั้นเกษตรกรจะเก็บพันธุ์ฟ้าทะลายโจรไว้ใช้เองในการผลิตฟ้าทะลายโจรในครั้งต่อๆไป เกษตรกรที่ปลูกฟ้าทะลายโจรโดยอาศัยระบบน้ำชลประทานจะทำการผลิตฟ้าทะลายโจรได้ปีละ 2 ครั้ง เกษตรกรที่ปลูกโดยอาศัยน้ำฝนจะทำการผลิตฟ้าทะลายโจรได้ปีละ 1 ครั้ง ระยะเวลาในการผลิตฟ้าทะลายโจร 1 ครั้งจะใช้เวลาในการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวเป็นเวลา 5 เดือน ส่วนการจำหน่ายฟ้าทะลายโจรเกษตรกรจะจำหน่ายให้กับผู้รวบรวมผลผลิต โดยผู้รวบรวมจะเป็นผู้กำหนดราคา ราคาฟ้าทะลายโจรตากแห้งที่เกษตรกรขายได้คือ 10-12 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ควรเข้ามาดูแลและสนับสนุนด้านการผลิตฟ้าทะลายโจรของเกษตรกรให้ได้มาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตรวจสอบและรับรองคุณภาพผลผลิต สนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตเพื่อมีอำนาจในการต่อรองราคาจากพ่อค้าคนกลาง มีการประกันราคาพืชสมุนไพร รวมทั้งสนับสนุนด้านการผลิต การแปรรูป การจำหน่าย ข้อมูลข่าวสาร การตลาด เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ให้กับเกษตรกร นอกจากนี้รัฐบาลควรสนับสนุนการใช้สมุนไพรในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ และการผลิตยาสมุนไพรที่ใช้ในคน เพราะเป็นการสนับสนุนภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยให้แพร่หลาย

คุณผู้ฟังครับ คุณผู้ฟังคงพอจะทราบเรื่องราวต่างๆของฟ้าทะลายโจรที่กระผมได้เสนอให้กับคุณผู้ฟังได้ฟังกันแล้วนะครับ   กระผมหวังว่า สาระในวันนี้คงจะเป็นประโยชน์ต่อคุณผู้ฟังได้บ้างนะครับ  สำหรับวันนี้รายการจากแฟ้มงานวิจัย มก. ได้หมดเวลาลงแล้ว พบกันใหม่สัปดาห์หน้า  สวัสดีครับ

 

……………………………………………………………………………………………………………

Leave a Reply